Saturday 26 October 2013

***Oct 26, 2556 - การเทรด Future สาย Tank

เรื่องนี้ก็ลอกพี่ต้านมาอีกตามเคย
ผมสรุปแบบของผมไว้ในเศษกระดาษจนเปื่อยล่ะ
ก็เลยต้องหาที่เขียนเก็บเอาไว้ก่อนที่มันจะสูญหาย + Sharing

การเทรด Future สาย Tank (No Stop Loss)
                                                   HP    =      ระดับ margin ของเรา 
                       (เมื่อเราใช้ margin, HP ก็ ลด ตามความแรงของ Damage ในการโจมตี)

ความแรงของ Damage ในการโจมตี    =     Margin ที่วางไปแล้ว
                        (ใช้ HP ไปเท่าไหร่?)              เงินทุนทั้งพอร์ต

                                     ระดับ Equity    =        เงินทุนทั้งพอร์ต    

    (การทน Damage จากฝั่งตรงข้าม)            Margin ที่วางไปแล้ว

ถ้าได้กำไร ก็แปลว่า ได้ HP เพิ่ม => เอาไปทำอาไรต่อ มี 2 choices
     1. เพิ่ม HP (เพิ่มเกราะ ไม่เพิ่ม position)
     2. เพิ่มการโจมตี หรือความแรง (เพิ่ม position)

สรุป สาย Tank => HP ไม่ควรใช้เกิน 25%, ระดับเกราะไม่ควรต่ำกว่า 400%
        (เพราะ Equity Level สูงมาก สาย Tank จึงไม่มีการ Cut loss)

         "ปล่อยเค้าทุบตีไปครับ เราทุบเค้าวันละนิด กินไปเรื่อยๆ
          อยากรู้เหมือนกันว่า ตลาด Vo แบบนี้ใครจะอึดกว่ากัน 555")

***การ Balance HP & Margin   =  Dynamic Hedging***

Ex สมมติจะเทรด S50Future อัตรา Margin อยู่ที่ 100,000 บาท ต่อ1 สัญญา
      ถ้าเรามีเงินทุนในพอร์ต 1,000,000 บาท เทรด 1 สัญญา
     
      แสดงว่าใช้ HP ไป       =  1แสน/1ล้าน  = 10%      (ถือว่าผ่าน เพราะ Max ได้ 25%)
                 หรือมีเกราะ       =  1ล้าน/1แสน  = 1000%  (ถือว่าผ่าน เพราะ Min ได้ 400%)

**เราทำเกราะหนาๆ ไปทำไมครับ เผื่อเงินเยอะ ก็จะทำให้ Mental ดี
    ใช้ระบบอะไรก็ไม่เครียด แม้เป็นระบบที่มีการ cut loss ก็ตาม

ที่เขียนมาเนี่ย เพราะจะเอาไป sync กับ Model True Alpha นะคับ ไม่ใช่อาไรหรอก 555



Saturday 19 October 2013

***Oct 19, 2556 - เมื่อพอจะมีเวลาบ้าง

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบล๊อคนี้เขียนแล้วมีใครเข้ามาอ่านบ้าง บ้างทีก็อยากจะเขียนอาไรหลุดโลก แต่ก็เก็บเอาไว้ วันนี้ชีวิตเริ่มกลับมาเข้าสู่โหมดปกติเนื่องจากปกติทำงาน 300% ของ capacity  7 วันต่อสัปดาห์ไม่เคยมีวันหยุด แล้วพอ partner ไม่อยู่ หรือลูกจ้างลาออกที ก็จะเสียกระบวน (ช่วงที่ผ่านมาคือ ไม่มีทั้งผู้ช่วย และลูกจ้างลาออก) ผมก็ทำได้แค่ประคองไปเท่านั้น ไม่มีเวลาจะทำอย่างอื่น แม้แต่จะเขียนบันทึกการเทรด ซึ่งงานการเทรดอย่างเดียวก็ยังแบ่งออกเป็น port จริงของ fund และ port ซ้อม demo ที่ฝึกต่างกันอีก 4 แบบ แล้วก็พอร์ตจริงของตัวเองอีกทั้งหุ้นและ future อีก คิดว่าสิ้นปีหน้าคงต้องหยุดงาน self-employed ที่ทำมา 6 ปีแล้ว แต่ Business อีก 2 อย่างดูก่อนว่าจะ run ต่อดีรึป่าว ขอดู partner และ outsource อีกที... เพราะเวลาน้อยเกินไป งานการเทรดบางช่วงนั้นละเอียดอ่อน แต่เวลามีงานด่วนแทรกเข้ามาจะทำให้งานเทรดเสียจังหวะ (ซึ่งเป็นบ่อยมาก) และมีงานที่คนอื่นต้องการความช่วยเหลืออีก จะปฎิเสธการช่วยคนก็ยากอีก

ตอนนี้ผมพยายามจะแก้ข้อเสียของตัวเองอย่างหนึ่งซึ่ง ก็พยายามแก้มาอยู่ตลอด คือ ผมมีพลังแห่งความเข้าใจและพลังแห่งการคิด คือ ผมไม่มีปัญหาในการทำความเข้าใจสิ่งที่ผมอยากจะรู้ คือ ผมอยากจะรู้เรื่องอาไรผมก็จะเจาะมันลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนเจอได้เอง แต่ผมมีปัญหาในเรื่องพลังแห่งความจำ ก็ไม่รู้เป็นเพราะว่า ผมนอนน้อยเกินไปช่วงเด็กๆ รึป่าว สมองมันเลยฝ่อไปหมดแล้ว 555 คือ ผมอ่านเยอะ ศึกษาเยอะ แต่ผมก็จำอาไรไม่ค่อยจะได้ ให้ผมเล่าเรื่องอาไรผมก็จำไม่ค่อยจะได้... ผิดกับเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ ที่เค้าเล่าเรื่องได้อย่างเป็นตุเป็นตะ ทั้งๆ ที่มันผ่านมานานมากแล้ว แต่ผมจำอาไรไม่ค่อยได้เลย T T ก็เลยพูดไม่ค่อยเก่ง... ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ผมอ่านหนังสือมาน่าจะเหยียบพันเล่มเป็นอย่างน้อย แต่ผมก็จำมันไม่ได้อยู่ดี... ในเมื่อจำไม่ได้ แล้วจะเอาไปใช้ได้อย่างไร แล้วจะอ่านมากๆ ศึกษามากๆ ไปเพื่ออะไรกันล่ะ

แล้วผมจะแก้ปัญหานี้ยังไงดีล่ะ... ผมคิดว่าตัวเองมีเวลาน้อยเลยจะเร่งตัวเองให้เกษียณให้ได้ก่อนอายุ 35 เพื่อให้หลุดพ้นเรื่องทางโลกจากการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพ แล้วชีวิตที่เหลือผมจะมุ่งเข้าสู่ทางธรรมเพื่อให้ชาตินี้ไปได้ไกลมากที่สุด ผมรู้สึกเบื่อกับวงจรของสังสารวัฎล่ะเพราะมันหมุนเป็นวงกลมซ้ำซากหาทางออกไม่เจอ เพราะเหตุนี้ผมก็เลยทำมันทุกอย่าง อ่านมันทุกอย่าง อัดๆ มันเข้าไป แต่มันยังไม่ตกผลึกจนเป็นสัญชาตญาณอย่างที่ผมต้องการ ผมคิดเอาเองว่าถ้าสมองเราไม่ดี เราก็ต้องมีระบบจัดเก็บข้อมูลที่ดี ระบบของการจดบันทึกนั่นเอง ซึ่งผมก็กำลังเขียนอยู่เนี่ย บันทึกการเทรด ผมเขียนไปข้างหน้า ผมก็จำข้างหลังที่เคยเขียนไปไม่ได้อยู่ดี แม้ว่าจะเขียนออกมาจากความเข้าใจของตัวเองแล้วก็ตามที... คนอื่นบอกว่าถ้าคุณเข้าใจมันดีจริงๆ คุณก็จะอธิบายมันออกมาได้อย่างง่ายๆ ผมว่าผมก็อธิบายได้ แต่ผมจำมันไม่ได้... หรือว่าคนแบบผม ต้องการ skill ในระดับสัญชาตญาณเท่านั้น... ไม่ต้องจำได้หรอก ให้ระบบทำงาน auto ไปเลยดีกว่า... ผมยังค้นหาวิธีการที่ดีต่อไป จริงๆ ผมรู้แล้วล่ะ ว่าที่จริงแล้วผมไม่มีเวลาพอที่จะจดบันทึกนี่เอง... การหาเวลาว่างน่าจะดีที่สุด บ่นๆ ไปไม่มีเวลาเรียบเรียง ใครมาอ่านแล้วก็คงจะงงๆ นะคับ 555 ผมมันพวกสมองฝ่อ ชอบคิดวนเวียน จำไม่ได้ซักทีว่าปัญหาที่ยากๆ เราแก้ได้หมดแล้วแท้ๆ แต่ดันเสือกจำไม่ได้เอง โง่จริงๆ เล้ยยกรู

ตอนนี้มีเรื่องอยากจะบันทึกเรื่องนึง ตามรูปด้านล่างเลยครับ
ตอนนี้ผม focus เรื่อง Return = Cash + Alpha + Beta มากที่สุด แต่ว่า port ของ fund ตอนนี้ฝึกเรื่อง sniper และ umbrella อยู่ แต่ผมไม่มีกระสุนแล้ว... ส่วน port ซ้อมนั้นมีกระสุนให้แค่ 2 นัดมากที่สุดต่อ 1 product

แต่ตอนนี้ผมต้องการยำทุกอย่างออกมาทั้งเรื่องความแม่นจาก sniper, จาก Zone ของ Umbrella, จากการเก็บ Beta ของ KZM จากการทำ Snowball ของ Alpha ซึ่งต้องการพื้นที่ในการทดลองแต่ผมไม่มี port ตปท ก็เลยต้องเอาซากของ port future ที่ผมมีนี่แหละทดลอง แต่ปัญหาที่แย่ของ broke ในไทยก็คือระบบบัญชีที่เป็น average cost ไม่แยกต้นทุนของแต่ละไม้และเป็น FIFO อีกด้วย แถมใน series เดียวกันยังเปิด Long กะ short สวนกันไม่ได้อีก ผมก็เลยคิดวิธีใหม่ขึ้นมาจนได้ หุหุ นั้นก็คือ เล่นหลายๆ product แม่มเลย ทำ snowball สวนกัน 2 ด้าน ซึ่งมันก็จะ hedge กันเองในตัวทำให้ใช้เงินน้อย แต่เรื่องนี้ต้องใช้สัญชาตญาณค่อนข้างสูง และมีความเข้าใจในเรื่องที่ผมพูดข้างบนนี้ ประกอบกับเรื่องของการ balance position ไม่ให้ port ระเบิดด้วย







รูปข้างบนนี้ตอนแรกผมแค่จะพยายามปั่น cashflow ทั้งจากด้าน short กะ long พร้อมกัน แต่ไปๆ มาๆ เห็น TMB มันแหม่งๆ เหมือนเจ้าปั่นล่อเม่ายังไงไม่รู้ เห็นคนตามแห่ซื้อกันจัง โดย sense แล้วผมว่ายังไง TMB ก็ยังไม่มีอาไรเด่นหรอก ไม่งั้นหุ้นธนาคารอาไรจะราคาเท่านี้เองหรอ (ส่วนเรื่องการเมืองผมไม่อยากพูด) ผมดูแล้วมันขึ้นแบบไม่แข็งแรงก็เลย เริ่ม short ทำ snowball มันซะเลย ขึ้นมาเท่าไหร่ก็ short ไปเรื่อยๆ port นี้ผมมีแค่ 9,600 บาทเท่านั้นเอง แต่ซัด SSF ไปสูงสุดได้ 17 สัญญา ก่อนที่ snowball ของ TMB มันจะกลิ้งตกลงมาแตกซะก่อน (จิงๆ ตอนทำก็กลัวๆ อยู่ ไม่ได้กลัวว่ามันจะไม่ลง แต่กลัวว่า port มันจะระเบิดก่อน 555)



=> short TMB ไป 7 สัญญา



เย้! ในที่สุดก็ทำ snowball ครั้งแรกสำเร็จ ได้ pay off 1,500/9,600 = 15% ภายใน 6 วันทำการ ก็ไม่เลวนะ หุหุ นี่แหละคับ สิ่งที่อยากจะบันทึกการจากทดลอง phase นี้ จบล่ะคับ > <

ตอนนี้ผมพอจะเข้าใจแล้วว่า MM สำคัญที่สุด ไม่ใช่วิธีการ Entry & Exit โดยน้ำหนักที่ผมให้ความสำคัญสูงสุดตอนนี้ คือ Portfolio Structure ครับ ทำ Port ของคุณให้เป็นอมตะก่อน แล้วค่อยเอากำไรไป leverage แล้วคุณจะใส่ท่าไม้ตายอาไรก็ใส่ไปเถอะคับ 555