Friday, 21 February 2014

**บันทึกความคิด 21-2-2557 - แบบนี้สินะ ถ้าถูกได้น้อย ผิดได้มาก


หึหึหึ แปะรูปเอาไว้ก่อน
ตอนแรกว่าจะยิงทองแค่นัดเดียว ปรากฎว่าผิดทาง แต่ไม่ยอมแพ้
สู้ไม่ถอย จนกลายเป็นทำ snowball แทน
สุดท้าย กลายเป็น KZM เฉยเลย แม่ม 555

เริ่มจากกระสุนนัดเดียว จนต้องแตกออกมากลายเป็นร้อยนัดแทน
จาก sniper กลายเป็น fund manager เลยทีเดียว หึหึหึ T T

ทำไปทำมาก็สนุกดีเหมือนกันนะ หยั่งกะวางแผนการรบ
"Survive first, Profit later"


















แผนการ คือ ทำ worst case scenario แล้วดูว่ารอด หรือ ไม่รอด (ซึ่งมันก็ต้องรอดอยู่แล้วสิ!!!) ถ้า worst case แล้ว ยังรอด พอมันกลับมาเป็นไปตามที่เราวางแผนแล้วล่ะ จะเป็นยังไง หึหึหึ (อาจจะไม่ได้เยอะอย่างที่คิด เพราะว่าระหว่างทางต้องกางตาข่ายมากเกินไป) และระหว่างทางก็ generate cashflow ไปเรื่อยๆ โดยพยายาม maintain position ระหว่าง B กับ S ให้ได้ตามที่วางแผนเอาไว้ว่า Bias ข้างไหน (เพราะจะมีการเปิดๆ ปิดๆ เพื่อกิน swing ตอด CF ระหว่างทางไปตลอด)

เสร็จแล้วก็คิดทุก scenario แบบละเอียด เอาที่ทุกราคาจะสามารถวิ่งไปได้
แล้วก็ทำแผนรองรับทุกแบบ ทุกแนวทางเอาไว้ ก็ไม่ต้องกล้วแล้วคับ
เวลาเกิดเหตุการณ์ที่เข็มขัดสั้น ก็ไม่ต้องกลัวว่า mental จะเสีย
เพราะเราคิดความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นเอาไว้ทั้งหมดแล้ว
เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงก็จะไม่มีครับ
ก็จะไม่มีการตกใจ ทำอาไรด้วยอารมณ์ จบข่าว...









Saturday, 8 February 2014

**บันทึกความคิด 8-2-2557 - แค่ Fibo ก็ระเบิดพลังได้










ผมวาดรูปนี้ไว้นานแล้ว
วันนี้เลยเอาลง blog เก็บไว้ดีกว่า + เป็นการแชร์ไอเดีย

ทำไมแนว Fibo แต่ละจุดถึงมีนัยสำคัญ (ไม่เท่ากัน) ??
ทำไม trader ถึงนิยมชมชอบแต่ละจุดไม่เท่ากัน ?? ทำไม 61.8% ถึง popular???

ถ้าเราเทรดแบบมี Stop Loss แล้ว ย่อมต้องผูกกับแผนการเทรด ระบบเทรด ซึ่งก็ต้องไปผูกกับ expectancy ซึ่งก็คำนวณมาจาก %Win/Loss และค่า R/R ตามปกติ

จากรูปข้างบน เพียงแค่เรามีระบบ Entry & Exit ที่ง่ายๆ และเข้าใจ MM ได้ดีพอสมควรแล้ว
เราเพียงแค่ใช้ประโยชน์จากแนว fibo ธรรมดา (+wave 3 นิดหน่อย) ก็สร้าง Model ระเบิดพลังแบบง่ายๆ ได้แล้วครับ

"Low Risk & High Return" มีอยู่จริง แต่เห็นเพียงแค่นี้อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าจะง่ายๆ แบบนั้น ทุกอย่างมาจากความเพียรพยายามและความอดทนนะครับ => รักษาเงินต้นให้ได้ แล้วจึงนำกำไรไปต่อยอด

มีเรื่องตลกเกี่ยวกับการแชร์ความคิด ก็ไม่รู้ว่าจะภูมิใจ หรือยังไงดี 555
เพราะบทความบางบทความที่ผมเขียนเอาไว้ใน page
ได้ถูกแชร์ไปเรื่อยๆ จน web forex ก็ยัง copy ไปแปะไว้เฉยๆ ซะงั้น (แหม!! ทำไปได้)
(http://forex-exness-thai.blogspot.com/2013/06/elliott-wave.html)
จริงๆ ผมดีใจนะที่บทความที่ผมตั้งใจใช้ประสบการณ์เขียนจะเป็นประโยชน์กับผู้อื่นในวงกว้างได้ขนาดนี้ เพราะเรื่อง Elliott wave นี่เป็นอาไรที่น่าจะงงที่สุดในบรรดา Technical แล้ว คนก็พยายามหาว่าวิธีที่จะนับมันง่ายๆ นี่ทำยังไงดี ผมใช้เวลาในการเขียนบทความนี้ประมาณ 1-2 เดือน ก็ไม่เสียแรงเปล่าครับ เพราะใน page ของผม บทความนี้ก็คือ บทความที่ได้จำนวน like มากที่สุดเช่นกัน ^ ^

คนเราเกิดมาแล้วก็ตายไป ตายไปแล้วเกิดใหม่ก็คงจำไรไม่ได้ล่ะ
มีความรู้จะเก็บเอาไว้ทำไมครับ เอามาแชร์กันดีกว่า อย่าไปยึดติดครับ 555


Saturday, 25 January 2014

***Jan 25, 2014 - DAX มหาประลัย


Model มหาประลัย กับ Index มหาประลัย กร๊ากก!!

ตามรูปอ่านจากซ้ายมาขวาครับ
เริ่มต้น Trader#1 ทำการบ้านมาว่าภาพรวมลงแน่ (แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ แต่ประมาณว่า 1 week น่าลงแน่รูปนี้) 
มีการเตือน Trader#2 ให้ปิดไม้ L ที่มีอยู่ในมือด้วยความหวังดี

Trader 2 คนมีคนละ 3 ไม้เทรด port เดียวกัน
กฏมีว่าห้าม All-in  ด้านใดด้านหนึ่ง แต่ไม่วายอารมณ์พาไป (อีกแล้ว)
Trader#1 จึงทำการ S All-in 3 ไม้
Trader#2 เห็นก็เลยทนไม่ไหว ขอ All-in บ้าง เพราะถ้าเกิด Trader#1 ถูกขึ้นมาคงจะโดนเหยียดหยามมิใช่น้อย โดย Trader#1 บอกว่า Mental ไม่เสียแน่นอน port ทนได้ไม้ละ 300 จุด โดยไม่ต้อง Stop Loss
ลูกศรจิ้มลงตรงวงกลม คือ จุดที่ All-in S 6 ไม้รวด
แต่เมื่อใดที่คุณฝืนกฏ พระเจ้าก็พร้อมที่จะลงโทษคุณทันที 555 (มรึงไม่รวยง่ายๆ หรอกน่า แสรดด)
หลังจากนั้นราคาก็จิ้มลงไป ในใจยิ้มกริ่ม รวยล่ะกรู แต่!!! หลังจากนั้นมันก็พุ่งกลับขึ้นอีกด้านอย่างรวดเร็วยิ่งกว่า V Shape ในตำนาน ราคาพุ่งขึ้นไปอีกด้าน 350 จุดอย่างรวดเร็ว Port แทบแตก เพราะไม่ยอมเปิดไม้ Hedge อีก (ตรงรูปกรรไกรนั้น คือ จุด Hedge ที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้ Hedge เนื่องจากโดน Bias S ครอบงำ และ Mental เสีย เพราะว่ากำไรแล้วไม่ได้ปิด + All-in 6 ไม้ มันไม่ใช่สิ่งที่ Mental ปกติจะรับได้)

หลังจากนั้นก็มีการ Hedge แบบผิดจังหวะ เข้ายอด ออกก้น Equity ก็โดนกินไปอย่างรวดเร็ว DD ไป 85%
Trader#1 เริ่มถอดใจบอกว่าอาจต้องล้าง port

แต่เราเชื่อในกฎของการ Hedge แบบมีชั้นเชิงแบบที่เคยทำการบ้านมาว่า
"คุณจะใช้กระบวนท่าอะไรก็ได้ ขอให้คุม Loss ให้อยู่"
จึงเริ่มวางไม้ Hedge แบบขั้นบันไดในจุดที่คิดว่าจะไม่โดนเกี่ยวแน่ๆ จะว่าวัดใจกันในเฮือกสุดท้ายก็ไม่เชิง => สุดท้ายแล้วมันก็ลงจนได้ เราก็เลื่อนไม้ Hedge ตามลงมา โดยต้องกะให้ได้ว่า อีกวันนึงตลาดมันเปิดกระโดดขึ้นมาก็จะต้องไม่เกี่ยวโดนไม้ Hedge 6 ไม้ของเราที่กระจายกำลังกันอยู่

ผลลัพธ์คือ โดนเกี่ยวไปแค่ 1 ไม้ (ตั้งพลาดไป 2 จุด) ซึ่งถือว่าน้อยมากเพราะตั้งครั้งละ 6 ไม้เลื่อนไปเลื่อนมาเป็นร้อยครั้ง พอมันลง เราก็เลื่อนไม้ Hedge ตามไปเรื่อยๆ เหมือน Trailling stop ทำการ Squeeze Equity กลับคืนมาจากที่ port เหลืออยู่แค่ 15% ก็กลับอยู่ที่ระดับ 120% หรือโตขึ้น 8 เท่าหรือ 800% ภายใน 2 วัน (DAX แม่ม ลงโหดจิงๆ โหดแท้หราวันเดียว 330 จุด โคตร Big Black ในตำนาน)

สรุปว่า กรูทดลอง Model ระเบิดมหาประลัยได้อีกอันแระ 555 คราวหน้าไม่พลาดแน่ หึหึหึ


***ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า สิ่งที่จะทำให้ port คุณระเบิดได้มีแค่ 2 อย่างเท่านั้น คือ
1) Overtrade และ 2) Stop Loss ไม่ทำงานครับ
ถ้าคุณคุม 2 อย่างนี้ได้ ก็เท่ากับคุณคุมเกมส์ได้ คือ ควบคุมความเสียหายได้
ในเมื่อคุณ Limit Loss ได้แล้ว ต่อให้เจ้ามือเอาระเบิดปรมณูมาถล่มตลาด ก็ทำอาไรคุณไม่ได้ครับ
555



เอารูปในอดีตตอนเกิดเหตุมาลงเก็บไว้ว่าควรจะ Hedge ตรงไหน (Break 3 เหลี่ยม + Golden Cross + ทะลุแนวต้าน + Indy ทุกอย่างบอกว่าเป็นขาขึ้นหมดแล้ว)
=> ในนาทีชีวิต ถ้าเราไม่มีแผนการเตรียมไว้ล่วงหน้า ก็มักจะตัดสินใจพลาดเสมอครับ



Friday, 10 January 2014

ศุกร์ที่ 10 มกราคม 2557 => สัญญาณวันฟ้าเปิดมาแว้ว อิอิ

เมื่อคืนนั่งทำงานถึงตี 4 ตลาด DAX future ปิดพอดี ก่อนนอนยังคิดอยู่ว่ากรูทำไรอยู่ว่ะเนี่ย เหนื่อยชิบบ นอนไปแป๊บเดียวก็เช้าล่ะ ตื่นมาแบบงงๆ

แต่ยังโชคดี
วันนี้เป็นวันอาไรไม่รู้ แต่ว่ามีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นเยอะแยะมากมายแบบน่าประหลาดใจ เลยต้องขอ  mark กันไว้ก่อนเลยทีเดียว เรียกว่าหายเหนื่อยเลย อุอุุ

เนื่องจากเราก็ทำอาไรไปหลายๆ อย่างล่ะ เพื่อให้มันดีขึ้น ทำแต่เหตุที่ดี สุดท้ายผลมันจะดีหรือไม่ดีก็อย่าท้อแท้ใจ แต่ในเมื่อเราใส่แต่เหตุที่ดี สุดท้ายพอหมดเวรหมดกำ ฟ้าเปิดแล้ว มันก็จะดีเอง...


วันนี้เรามีเรื่องอาไรดีๆ บ้าง
1. ทำเรื่องต่ออายุสัญญาธุรกิจที่เป็นฐาน cashflow หลักเรียบร้อย
2. ทำเรื่องขึ้นราคาบริการของอีกธุรกิจเสร็จเช่นกัน
3. ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแปลงหลักของครอบครัวได้สำเร็จหลังจากที่ประกาศขายมาหลายปี
4. อาซ้อใจดีมาเก็บค่าเช่าร้านแล้วลดราคาค่าเช่าให้อีก 5,000 บาท (ข้อนี้แหละที่ทำให้น่าประหลาดใจที่สุด 555)
5. แฟนบอกว่าที่บ้านอยากจะทดลองเอาเงินก้อนนึงมาเทรดแบบ True Alpha + Beta
6. หลังจากครอบครัวรู้ว่าขายที่ดินได้ คุณพ่อกับคุณแม่ก็ดีใจ เลยได้นั่งคุยเรื่องราวต่างๆ กันนานหลาย ชั่วโมงเลยทีเดียว ^ ^

Saturday, 21 December 2013

Happy New Year 2013

แป๊บๆ ก็สิ้นปีอีกล่ะ
เอาแค่การเทรดยังไม่ไปถึงไหนเลย
ที่ผมชอบการเทรด ก็เพราะว่ามันไม่จบซะทีนี่เอง มันมีอะไรให้พัฒนาไปได้เรื่อยๆ
และต้องต่อสู้กับจิตใจของตัวเองด้วย ผมว่ามันดีแล้วที่มันยาก เพราะว่าเวลาเรา level up แต่ละขั้น คนที่ตามหลังมาก็ไม่ได้ตามมาได้ง่ายๆ ก็ไม่ต้องวิ่งหนีแบบเร็วมาก
ที่เกริ่นมา ก็แค่จะเขียนว่า ต้องตั้งเป้าหมายเกี่ยวกับการเทรดเพิ่มอีก ให้เสร็จก่อนสิ้นเดือน Jan 2014
1. To complete True Alpha Model
2. To complete Beta Model => Umbrella & KZM แบบ Advance
3. To complete CGG Ultimate Model with MM แบบระเบิดพลังทำลายล้างสูง***

วินัย: วางแผนการเทรด ทำตามแผนการเทรด และบันทึกแผนการเทรดอย่างสม่ำเสมอแบบให้รู้สันดานตัวเองให้ได้แล้ว matching สันดานตัวเองกับตลาดและระบบการเทรด

สุดท้ายผมต้องมั่งคั่งจากการเทรดให้ได้ภายใน 2 ปีนับจากวันนี้ และสามารถช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้อย่างน้อย 100 คนอย่างต่อเนื่องแบบยั่งยืน ให้ได้ภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันนี้ครับ

จิงๆ ผมก็มาไกลมากแล้ว ช่วงแรกที่พลาดไป เพราะมัวแต่ไปทำ model ระเบิดพลัง แต่ไม่ได้สร้างเกราะป้องกันเวลาระเบิดพลาด แล้วตัวเองตาย 555 ตอนนี้ทุกอย่างมาครบแล้วครับ แค่รอเวลาวันฟ้าเปิดเท่านั้นเอง...

จริตของ Strategic thinker:
Great portfolio managers are great thinkers” Mark Yusko

Wednesday, 20 November 2013

XAUUSD บันทึกการเทรด 20 Nov 2013) => Shame on me!!!












ความผิดพลาดอันน่าละลายต้องบันทึกเอาไว้ => ตามรูปเลยคับ อาไรๆ ก็รู้หมด
แผนก็ทำไว้แล้วแท้ๆ ท่องเอาไว้แล้วว่าจะ S อย่างเดียว ติดก็ช่างมันแท้ๆ เพื่อแลกกับ Vo
แต่ก็ยังบังคับใจตัวเองไม่ได้ น่าละอายจิงๆ

การจะฝืน B แหกแผนก็ยังไม่ได้ทำในจุดที่เราได้เปรียบหรือ Odd มากที่สุด เรียกได้ว่าห่วยครับ

Saturday, 16 November 2013

XAUUSD วางแผนการเทรด (18-22 Nov 2013) => ไม้สุดท้าย พลีชีพ short only!!!

ดูจากภาพใหญ่จะเห็นรูปแนวรับแนวต้านแบบ cluster สีฟ้าก็จะเห็นแนวรับแนวต้านชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นจุด short ที่ได้เปรียบก็คือ ตามลูกศรสีฟ้า ไม่ว่าจะติดแนวต้านตาม channel, ema หรือ fibo ก็ดี หรือหลุดแนวรับของ channel เช่นกัน ช่วงที่เป็นสูญญากาศให้ระวังเพราะมันจะพุ่งแรง น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ!!!

ส่วน trigger นั้น เนื่องจากเราเป็น trader ที่ฝึกฝนอยู่ต้อง leverage เวลาโดยใช้ TF สั้นๆ แบบ 5 นาที เป้าหมายคือ ฝึกจนได้ระดับสัญชาตญาณแบบ Auto-pilot => เท่าที่มองออกตอนนี้ คือ ไม่มีอะไรตายตัว เราต้องหมุนกระสุนให้ไหลตามตลาดไปได้เรื่อยๆ แบบว่ามีกระสุน 3 นัดต้องเล่นได้ตลอดกาล โดยการวางแผนเอาไว้ว่าถ้ายิงนัดที่ 1 ถูกแล้วทำไงต่อ ถ้าผิดแล้วทำไงต่อ แก้ยังไง นัดที่ 2 แล้ว 3 ก็เช่นกัน... อย่ามั่นใจจนเกินไป ให้ท่องเอาไว้ว่า เรา _ิบหายได้ตลอด...








นัดสุดท้ายที่เหลือจาก 5 นัด ต้อง Short only จนกว่านัดที่ 4 ที่ติดจะหลุดค่อยปรับเปลี่ยนแผนครับ โดยให้ short ในจุดที่ได้เปรียบมากที่สุด ถ้าผิดทางก็หลุดได้ไม่ยากนัก... อย่าเข้าตรง lower low หรือ Break out โดยเด็ดขาด... เพราะถ้าผิดแล้วมันจะเป็นก้นของรอบนั้นๆ เลย หลุดยากมาก ควรจะไปเล่น counter trend บริเวณที่แนวโน้มขาขึ้นอ่อนแรงมากกว่านะครับ...
















หรือจะแบ่งตาม HA ก็ดูสวยงามดีนะครัชช

Nov 16, 2013 - กรูทำไรอยู่วะเนี่ย!!

"ผมลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่า ผมมีชีวิตอยู่ในสังสารวัฎมานานกว่า 2 ล้านปีโกฎิแล้ว
เอ๊ะ!! กรูทำไรอยู่วะเนี่ย ผมรำพึงกับตัวเอง
จริงๆ กรูไม่น่าจะยังอยู่ตรงนี้เลยนะ ทำไมกรูไม่อยู่ตรงโน้นวะ กรูทำไรอยู่วะเนี่ยย!!!
ผมยังคงรำพึงต่อไป..."

ช่วงนี้ก็ยังไม่สามารถกลับมาใน loop เดิมได้
เนื่องจากทรัพยากรในชีวิตยังไม่เพียงพอที่จะขยับตัวได้
ทำได้แค่ประคองชีวิตในดำเนินต่อไปเรื่อยๆ รอวันฟ้าเปิด

ก่อนหน้านู้นเมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนที่ผมเริ่มดู DVD ของคุณลุงโฉลก มีอยู่ช่วงหนึ่งเค้าสอนให้ดูดวงด้วยตัวเอง คุณลุงบอกว่าถ้าเจอดาวเสาร์กำลังทับอยู่ในอายุช่วงปัจจุบัน ก็อย่าทำการลงทุน เพราะต่อให้เก่งยังไงก็เจ๊งอยู่ดี ผมก็จัดเลย ปรากฎว่าดาวเสาร์เสวยอายุผม 10 ปีเต็มตั้งแต่อายุ 25 - 35 ปี โอ้วว!! แม่เจ้า เสือกมาทับตอนกรูกำลังเร่งสร้างตัว (ซึ่งผมมีเป้าหมายจะเกษียณให้ได้ก่อนอายุ 35)
ซึ่งคงไม่ต้องบอกนะครับ ว่าคนอย่างผมจะหยุด ถึงผมจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ผมก็ไม่หยุดอยู่ดี 555
ผลเป็นยังไง ผมรู้ดีอยู่แล้ว ใน 10 ปีที่ผ่านมา ผมพบเจออาไรมาบ้าง แต่ยังไม่อยากจะเล่า กลัวใครได้มาอ่านแล้วจะจิตตก 555 เพราะมันไม่ได้มีแค่เรื่องการลงทุน แต่ทุกอย่างๆ เลย=> Anyway!! ช่างมัน ตอนนี้ผมเข้าสู่อายุปีที่ 35 ขวบแล้ว (แม่งทำไมกรูแก่เร็วหยั่งงี้ฟะ...) ผมยังไม่เห็น sign ว่าผมจะออกจากดาวเสาร์ได้ยังไง... จนมีคนทักว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ผมใช้อยู่เป็นเบอร์อันตราย ควรรีบเปลี่ยนทันที (กรูใช้เบอร์นี้มา 15 ปี ล่ะ เชี๊ยะ!! ไม่มีอาไรจะเสียล่ะ เปลี่ยนก็เปลี่ยน 555) เนื่องจากเบอร์ที่ผมใช้อยู่นี่มันเป็นตัวแทนของดาวเสาร์ชัดๆ ผมใช่เวลาประมาณ 1 วัน ดูตัวเลขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผม เอ๊ะ!! เลขอาไร แม่งก็เป็นดาวเสาร์หมดเลยว่ะ ทำไมชีวิตกรูแม่งมีแต่ดาวเสาร์ว่ะ แม่งจ้องเล่นงานกรูนี่เอง 555 กรูไม่ได้สนใจ กว่าจะรู้เรื่องว่ามรึงโอบล้อมกรูอยู่ตลอดเวลาก็ 10 ปีเต็มพอดี) => เอาเป็นว่า ผมแค่อยากจะบอกกับมรึง (ดาวเสาร์) ว่า กรูผ่านมรึงมาได้ 10 ปีล่ะ กรูยังไม่ตายเว๊ยยย... แค่มีแผลเหวอะหวะเต็มตัว พร้อมด้วยประสบการณ์การเอาตัวรอดระดับสูงสุด เด่วพอกรูเขี่ยมรึงออกไปแล้ว กรูจะเป็นมังกรทยานฟ้าล่ะนะ ฟ้าก็ฉุดกรูไม่อยู่หรอก 555

เห็นคนอื่นๆ เค้าเล่น Poker กัน ผมเล่นแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ รู้สึกน่าเบื่อ คงจะเป็นเพราะผมชอบเล่นโกะมาก เลยคิดว่าเล่นโกะมันส์กว่าเยอะเลย จริงๆ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างถ้าจับหลักการได้ มันก็จะเหมือนๆ กันน่ะแหละ แต่แตกต่างใน detail ซึ่งมันคงเป็น skill ที่ต้องฝึกฝนให้ชำนาญจนถึงระดับสัญชาตญาณ ให้ทำได้ในระดับ Auto-pilot วันนี้ทดลองเล่นโกะติดต่อกันดูแทน poker พบว่า ผมชนะคน level เดียวกันได้แค่ 5 กระดานติด พอกระดานที่ 6-7 ก็แพ้ล่ะ (ปกติเค้าบอกว่าสมองคน รับโกะได้แค่ประมาณวันละ 2-3 กระดาน เต็มที่) ก็แปลว่า สมองมันรับได้เท่านี้ จะฝืนเล่นต่อไปเรื่อยๆ ก็คงไม่มีประโยชน์ (จิงๆ ก็มึนนแล้วล่ะ) ก็คงเฉกเช่นเดียวกับการเทรด ที่พอเราได้กำไรมาแล้ว เล่นอีกไม้นึงมันก็ยังกำไรอีก (จากนั้นก็จะเริ่มย่ามใจแล้ว่า กรูเก่ง พอเทรดต่อก็จะเริ่มเละ) เหตุผล ไม่ได้เป็นเพราะว่าสมองเราล้าเหมือนเล่นโกะหรอก เพราะไม่ได้ใช้สมองเยอะขนาดนั้น แต่เป็นเพราะว่า จังหวะในการเทรดมันมาเป็นระลอกๆ ซึ่งมันไม่ได้เกิดติดๆ กันขนาดนั้นที่จะทำให้คุณเทรดได้ตลอด เหมือนที่พี่ต้านบอกว่า เวลาเทรดได้แล้วให้หยุด ที่เทรดเดอร์เอเชียไม่ค่อยพัฒนา เพราะเวลาเทรดได้แล้วไม่ยอมหยุดที่เอง จะเทรดต่อทันที....)

วันนี้้บ่นแค่นี้ก่อน

Saturday, 26 October 2013

***Oct 26, 2556 - การเทรด Future สาย Tank

เรื่องนี้ก็ลอกพี่ต้านมาอีกตามเคย
ผมสรุปแบบของผมไว้ในเศษกระดาษจนเปื่อยล่ะ
ก็เลยต้องหาที่เขียนเก็บเอาไว้ก่อนที่มันจะสูญหาย + Sharing

การเทรด Future สาย Tank (No Stop Loss)
                                                   HP    =      ระดับ margin ของเรา 
                       (เมื่อเราใช้ margin, HP ก็ ลด ตามความแรงของ Damage ในการโจมตี)

ความแรงของ Damage ในการโจมตี    =     Margin ที่วางไปแล้ว
                        (ใช้ HP ไปเท่าไหร่?)              เงินทุนทั้งพอร์ต

                                     ระดับ Equity    =        เงินทุนทั้งพอร์ต    

    (การทน Damage จากฝั่งตรงข้าม)            Margin ที่วางไปแล้ว

ถ้าได้กำไร ก็แปลว่า ได้ HP เพิ่ม => เอาไปทำอาไรต่อ มี 2 choices
     1. เพิ่ม HP (เพิ่มเกราะ ไม่เพิ่ม position)
     2. เพิ่มการโจมตี หรือความแรง (เพิ่ม position)

สรุป สาย Tank => HP ไม่ควรใช้เกิน 25%, ระดับเกราะไม่ควรต่ำกว่า 400%
        (เพราะ Equity Level สูงมาก สาย Tank จึงไม่มีการ Cut loss)

         "ปล่อยเค้าทุบตีไปครับ เราทุบเค้าวันละนิด กินไปเรื่อยๆ
          อยากรู้เหมือนกันว่า ตลาด Vo แบบนี้ใครจะอึดกว่ากัน 555")

***การ Balance HP & Margin   =  Dynamic Hedging***

Ex สมมติจะเทรด S50Future อัตรา Margin อยู่ที่ 100,000 บาท ต่อ1 สัญญา
      ถ้าเรามีเงินทุนในพอร์ต 1,000,000 บาท เทรด 1 สัญญา
     
      แสดงว่าใช้ HP ไป       =  1แสน/1ล้าน  = 10%      (ถือว่าผ่าน เพราะ Max ได้ 25%)
                 หรือมีเกราะ       =  1ล้าน/1แสน  = 1000%  (ถือว่าผ่าน เพราะ Min ได้ 400%)

**เราทำเกราะหนาๆ ไปทำไมครับ เผื่อเงินเยอะ ก็จะทำให้ Mental ดี
    ใช้ระบบอะไรก็ไม่เครียด แม้เป็นระบบที่มีการ cut loss ก็ตาม

ที่เขียนมาเนี่ย เพราะจะเอาไป sync กับ Model True Alpha นะคับ ไม่ใช่อาไรหรอก 555



Saturday, 19 October 2013

***Oct 19, 2556 - เมื่อพอจะมีเวลาบ้าง

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบล๊อคนี้เขียนแล้วมีใครเข้ามาอ่านบ้าง บ้างทีก็อยากจะเขียนอาไรหลุดโลก แต่ก็เก็บเอาไว้ วันนี้ชีวิตเริ่มกลับมาเข้าสู่โหมดปกติเนื่องจากปกติทำงาน 300% ของ capacity  7 วันต่อสัปดาห์ไม่เคยมีวันหยุด แล้วพอ partner ไม่อยู่ หรือลูกจ้างลาออกที ก็จะเสียกระบวน (ช่วงที่ผ่านมาคือ ไม่มีทั้งผู้ช่วย และลูกจ้างลาออก) ผมก็ทำได้แค่ประคองไปเท่านั้น ไม่มีเวลาจะทำอย่างอื่น แม้แต่จะเขียนบันทึกการเทรด ซึ่งงานการเทรดอย่างเดียวก็ยังแบ่งออกเป็น port จริงของ fund และ port ซ้อม demo ที่ฝึกต่างกันอีก 4 แบบ แล้วก็พอร์ตจริงของตัวเองอีกทั้งหุ้นและ future อีก คิดว่าสิ้นปีหน้าคงต้องหยุดงาน self-employed ที่ทำมา 6 ปีแล้ว แต่ Business อีก 2 อย่างดูก่อนว่าจะ run ต่อดีรึป่าว ขอดู partner และ outsource อีกที... เพราะเวลาน้อยเกินไป งานการเทรดบางช่วงนั้นละเอียดอ่อน แต่เวลามีงานด่วนแทรกเข้ามาจะทำให้งานเทรดเสียจังหวะ (ซึ่งเป็นบ่อยมาก) และมีงานที่คนอื่นต้องการความช่วยเหลืออีก จะปฎิเสธการช่วยคนก็ยากอีก

ตอนนี้ผมพยายามจะแก้ข้อเสียของตัวเองอย่างหนึ่งซึ่ง ก็พยายามแก้มาอยู่ตลอด คือ ผมมีพลังแห่งความเข้าใจและพลังแห่งการคิด คือ ผมไม่มีปัญหาในการทำความเข้าใจสิ่งที่ผมอยากจะรู้ คือ ผมอยากจะรู้เรื่องอาไรผมก็จะเจาะมันลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนเจอได้เอง แต่ผมมีปัญหาในเรื่องพลังแห่งความจำ ก็ไม่รู้เป็นเพราะว่า ผมนอนน้อยเกินไปช่วงเด็กๆ รึป่าว สมองมันเลยฝ่อไปหมดแล้ว 555 คือ ผมอ่านเยอะ ศึกษาเยอะ แต่ผมก็จำอาไรไม่ค่อยจะได้ ให้ผมเล่าเรื่องอาไรผมก็จำไม่ค่อยจะได้... ผิดกับเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ ที่เค้าเล่าเรื่องได้อย่างเป็นตุเป็นตะ ทั้งๆ ที่มันผ่านมานานมากแล้ว แต่ผมจำอาไรไม่ค่อยได้เลย T T ก็เลยพูดไม่ค่อยเก่ง... ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ผมอ่านหนังสือมาน่าจะเหยียบพันเล่มเป็นอย่างน้อย แต่ผมก็จำมันไม่ได้อยู่ดี... ในเมื่อจำไม่ได้ แล้วจะเอาไปใช้ได้อย่างไร แล้วจะอ่านมากๆ ศึกษามากๆ ไปเพื่ออะไรกันล่ะ

แล้วผมจะแก้ปัญหานี้ยังไงดีล่ะ... ผมคิดว่าตัวเองมีเวลาน้อยเลยจะเร่งตัวเองให้เกษียณให้ได้ก่อนอายุ 35 เพื่อให้หลุดพ้นเรื่องทางโลกจากการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพ แล้วชีวิตที่เหลือผมจะมุ่งเข้าสู่ทางธรรมเพื่อให้ชาตินี้ไปได้ไกลมากที่สุด ผมรู้สึกเบื่อกับวงจรของสังสารวัฎล่ะเพราะมันหมุนเป็นวงกลมซ้ำซากหาทางออกไม่เจอ เพราะเหตุนี้ผมก็เลยทำมันทุกอย่าง อ่านมันทุกอย่าง อัดๆ มันเข้าไป แต่มันยังไม่ตกผลึกจนเป็นสัญชาตญาณอย่างที่ผมต้องการ ผมคิดเอาเองว่าถ้าสมองเราไม่ดี เราก็ต้องมีระบบจัดเก็บข้อมูลที่ดี ระบบของการจดบันทึกนั่นเอง ซึ่งผมก็กำลังเขียนอยู่เนี่ย บันทึกการเทรด ผมเขียนไปข้างหน้า ผมก็จำข้างหลังที่เคยเขียนไปไม่ได้อยู่ดี แม้ว่าจะเขียนออกมาจากความเข้าใจของตัวเองแล้วก็ตามที... คนอื่นบอกว่าถ้าคุณเข้าใจมันดีจริงๆ คุณก็จะอธิบายมันออกมาได้อย่างง่ายๆ ผมว่าผมก็อธิบายได้ แต่ผมจำมันไม่ได้... หรือว่าคนแบบผม ต้องการ skill ในระดับสัญชาตญาณเท่านั้น... ไม่ต้องจำได้หรอก ให้ระบบทำงาน auto ไปเลยดีกว่า... ผมยังค้นหาวิธีการที่ดีต่อไป จริงๆ ผมรู้แล้วล่ะ ว่าที่จริงแล้วผมไม่มีเวลาพอที่จะจดบันทึกนี่เอง... การหาเวลาว่างน่าจะดีที่สุด บ่นๆ ไปไม่มีเวลาเรียบเรียง ใครมาอ่านแล้วก็คงจะงงๆ นะคับ 555 ผมมันพวกสมองฝ่อ ชอบคิดวนเวียน จำไม่ได้ซักทีว่าปัญหาที่ยากๆ เราแก้ได้หมดแล้วแท้ๆ แต่ดันเสือกจำไม่ได้เอง โง่จริงๆ เล้ยยกรู

ตอนนี้มีเรื่องอยากจะบันทึกเรื่องนึง ตามรูปด้านล่างเลยครับ
ตอนนี้ผม focus เรื่อง Return = Cash + Alpha + Beta มากที่สุด แต่ว่า port ของ fund ตอนนี้ฝึกเรื่อง sniper และ umbrella อยู่ แต่ผมไม่มีกระสุนแล้ว... ส่วน port ซ้อมนั้นมีกระสุนให้แค่ 2 นัดมากที่สุดต่อ 1 product

แต่ตอนนี้ผมต้องการยำทุกอย่างออกมาทั้งเรื่องความแม่นจาก sniper, จาก Zone ของ Umbrella, จากการเก็บ Beta ของ KZM จากการทำ Snowball ของ Alpha ซึ่งต้องการพื้นที่ในการทดลองแต่ผมไม่มี port ตปท ก็เลยต้องเอาซากของ port future ที่ผมมีนี่แหละทดลอง แต่ปัญหาที่แย่ของ broke ในไทยก็คือระบบบัญชีที่เป็น average cost ไม่แยกต้นทุนของแต่ละไม้และเป็น FIFO อีกด้วย แถมใน series เดียวกันยังเปิด Long กะ short สวนกันไม่ได้อีก ผมก็เลยคิดวิธีใหม่ขึ้นมาจนได้ หุหุ นั้นก็คือ เล่นหลายๆ product แม่มเลย ทำ snowball สวนกัน 2 ด้าน ซึ่งมันก็จะ hedge กันเองในตัวทำให้ใช้เงินน้อย แต่เรื่องนี้ต้องใช้สัญชาตญาณค่อนข้างสูง และมีความเข้าใจในเรื่องที่ผมพูดข้างบนนี้ ประกอบกับเรื่องของการ balance position ไม่ให้ port ระเบิดด้วย







รูปข้างบนนี้ตอนแรกผมแค่จะพยายามปั่น cashflow ทั้งจากด้าน short กะ long พร้อมกัน แต่ไปๆ มาๆ เห็น TMB มันแหม่งๆ เหมือนเจ้าปั่นล่อเม่ายังไงไม่รู้ เห็นคนตามแห่ซื้อกันจัง โดย sense แล้วผมว่ายังไง TMB ก็ยังไม่มีอาไรเด่นหรอก ไม่งั้นหุ้นธนาคารอาไรจะราคาเท่านี้เองหรอ (ส่วนเรื่องการเมืองผมไม่อยากพูด) ผมดูแล้วมันขึ้นแบบไม่แข็งแรงก็เลย เริ่ม short ทำ snowball มันซะเลย ขึ้นมาเท่าไหร่ก็ short ไปเรื่อยๆ port นี้ผมมีแค่ 9,600 บาทเท่านั้นเอง แต่ซัด SSF ไปสูงสุดได้ 17 สัญญา ก่อนที่ snowball ของ TMB มันจะกลิ้งตกลงมาแตกซะก่อน (จิงๆ ตอนทำก็กลัวๆ อยู่ ไม่ได้กลัวว่ามันจะไม่ลง แต่กลัวว่า port มันจะระเบิดก่อน 555)



=> short TMB ไป 7 สัญญา



เย้! ในที่สุดก็ทำ snowball ครั้งแรกสำเร็จ ได้ pay off 1,500/9,600 = 15% ภายใน 6 วันทำการ ก็ไม่เลวนะ หุหุ นี่แหละคับ สิ่งที่อยากจะบันทึกการจากทดลอง phase นี้ จบล่ะคับ > <

ตอนนี้ผมพอจะเข้าใจแล้วว่า MM สำคัญที่สุด ไม่ใช่วิธีการ Entry & Exit โดยน้ำหนักที่ผมให้ความสำคัญสูงสุดตอนนี้ คือ Portfolio Structure ครับ ทำ Port ของคุณให้เป็นอมตะก่อน แล้วค่อยเอากำไรไป leverage แล้วคุณจะใส่ท่าไม้ตายอาไรก็ใส่ไปเถอะคับ 555