Friday, 7 April 2017

ภาค Reborn - "The Armageddon trader!!!" #22




กลับมาเขียนซีรีย์ Armageddon ต่อดีกว่า ฮาๆ

http://crazygoatgod.blogspot.com/2016/08/reborn-armageddon-trader-21.html

จากความเดิมตอนก่อนชาติที่แล้วดันไปเขียนเรื่อง MM แบบดั้งเดิม
เขียนไปเขียนมาเริ่มออกทะเล พยายามจะเขียนให้มันดี แต่ยิ่งเขียนยิ่งรู้สึกว่ามันฝืนๆ ไงก็ไม่รู้
เขียนไม่ออก ไปต่อไม่ได้ ฮาๆๆ สงสัยมันคงจะเป็นเพราะว่าเราไม่ค่อยได้ใช้ MM แบบนี้แล้วนี่เอง
เขียนแล้วเลยไม่อินเท่าไหร่ แต่ที่เขียนๆ ไปก็คิดว่าคงจะปูพื้นฐานให้เพื่อนๆ มาพอสมควรแล้ว

เอาเป็นว่าขอตัดจบ MM แบบดั้งเดิมเลยล่ะกัน ฮาๆๆ
เด่วจะไปพูดเรื่อง Mindset & Mental ซึ่งเป็น M ตัวสุดท้าย แล้วค่อยวกกลับมาเรื่อง MM นี้อีกที

ถ้าให้สรุปรวบเดียวแบบเร็วๆ เลย
MM ก็คือ Risk management หรือ การบริหารจัดการ/การควบคุมความเสี่ยง นั่นเอง
เหตุผลก็เพื่อ ทำยังไงไม่ให้เจ๊ง หมดตัว ล้างพอร์ต หรือ พูดง่ายๆ ก็คือเป็นวิธีการรักษาเงินต้น 

แต่ MM ที่เขียนไปทั้งหมดนั่น เค้าเอาไว้ใช้กับวิธีที่ต้องมีการได้เสียกัน เช่น 
การพนัน ซึ่งมันต้องผูกติดกับการถูกหรือผิดของผลลัพธ์ในแต่ละครั้ง
ถ้าเป็นการเทรด ก็คือ เทรดถูก เราก็ได้ตังค์
แต่ถ้าเทรดผิด เราก็ต้องมี Stop Loss หรือ Cut Loss (เสียตังค์) ก็เพื่อที่จะรักษาเงินต้นเอาไว้

นอกจากนี้ ก็ต้องมีการคำนวณ Position sizing หรือการคำนวณจำนวนเงินที่จะเดิมพันในแต่ละครั้ง 
ต้องรู้ stat การเทรดของตัวเอง %Win/Loss, ค่า R/R 
แล้วก็ค่า Expectancy ของระบบหรือวิธีที่ใช้ต้องเป็น + เท่านั้น บลาๆ
(ซึ่งหาอ่านได้ตามในเน็ต มีท่านผู้รู้ได้เขียนเอาไว้แล้วมากมายในเรื่องนี้)

แต่ปัญหาของ MM แบบนี้ มันไม่ได้อยู่ที่ตัวของ MM เอง 
แต่ปัญหามันดันไปอยู่ที่ Mental ของคนใช้แทน เพราะเวลาเทรดจริงๆ 
คนทั่วๆ ไปเกือบทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มต้นใหม่ๆ มักมีปัญหาในการ Stop Loss

โดยสาเหตุอาจมีหลากหลาย เช่น
1) ลึกๆ ในใจทุกคน ไม่มีใครอยากเสียตังค์ ทำให้ไม่อยาก Stop Loss เวลาเทรดผิดทาง
2) ลึกๆ ในใจทุกคน ไม่มีใครอยากผิด หรือ ยอมรับว่าตัวเองผิด (หรือยอมรับว่า กรูโง่ นั่นเอง T T)
3) พอ Stop Loss แล้ว ราคาเด้งกลับไปทางเดิม (แล้วก็จะมีคำถามในใจว่า Stop Loss ดีจริงหรือ??)
4) พอทะลึ่งลองไม่ Stop Loss ตามวินัยหรือระบบ ราคามันก็ยิ่งผิดทางถลำลึกลงไปเรื่อยๆ เจ๊งหนักกว่าเดิมอีก ฮาา (แล้วก็จะมีเสียงในใจว่า รู้งี้! กรูน่าจะ Stop Loss ไปตั้งแต่แรก T T)

สุดท้ายแล้วการใช้ Stop Loss แล้วทำให้ปวดตับกระสับกระส่าย ทำให้ Mental เจ็บปวด, Mental เสีย เนื่องจากประสบการณ์ของผู้เริ่มต้นไม่เพียงพอที่จะใช้วิธีการเทรดแบบมี Stop Loss
สุดท้ายก็พาลให้เสียกระบวน เสียวินัยไปกันหมด หนักๆ เข้าก็เจ๊งล้างพอร์ต เลิกเทรดไปเลย

ซึ่งจากประสบการณ์ง่อยๆ ของผมสรุปได้ว่า
สาเหตุจริงๆ นั้นเป็นเพราะ MM(+Method) นั้นไม่ matching กับระดับ Mental ของผู้ใช้นั่นเองครับ

ซึ่งในบทต่อๆ ไปได้ก็ได้ฤกษ์ของเรื่อง M ตัวสุดท้ายที่สำคัญที่สุดใน 3M ล่ะ
ซึ่งก็คือ Mindset และ Mental นั่นเอง


https://www.facebook.com/crazygoatbuster/




Tuesday, 7 March 2017

ภาค Reborn - เหนื่อยนักพักก่อน #5 [GNR]



ตอนนี้ไม่มีอาไร แค่อยากจะเขียนว่า "กรูไปดูคอนเสิร์ต Guns N' Roses มาแล้วโว้ย" แค่นี้แหละ 555

GUNS NROSES NOT IN THIS LIFETIME TOUR IN BANGKOK

ชื่อคอนเสิร์ตก็ตามนั้นเลยอ่ะ คือแปลได้ว่า ถ้ามรึงไม่ดูครั้งนี้ ชาตินี้มรึงก็คงไม่ได้ดูอีกแล้วล่ะ 55
ตอนแรกก็ชั่งใจอยู่นานว่าจะไปดูดีมั๊ย เพราะตอนที่ Axl เริ่มกลับมาร้องเพลงใหม่ๆ สภาพนี่ดูไม่ได้เลย
ทั้งอ้วนฉุ และร้องเพี้ยน แต่จริงๆ แล้วผมไม่ได้อยากดู Axl หรอก ผมอยากดู Slash!!! ใจจะขาด (ส่วนพี่ Duff นั่นเป็นของแถมที่แสนวิเศษครับ ฮา)

จริงๆ แล้วมันเหมือนความฝันวัยเด็กของผมเลยก็ว่า จะบอกว่าผมนี่โตมาพร้อมกับเพลงของ GNR เลยทีเดียว เพลงๆ นึงนี่อาจจะฟังหลายร้อยรอบ บางเพลงอาจจะถึงพันรอบเลยก็ได้นะ 555 (ฟังมาแล้ว 25 ปี++) คือ สมัยก่อนผมว่าของเล่นมันไม่ได้เยอะเหมือนสมัยนี้อ่ะ ช่วงเด็กๆ อาจจะบ้าเขี่ยรูปลอก ต่อ LEGO ซักพักก็เริ่มบ้าอ่านการ์ตูนแล้วก็บ้าวาดรูป ต่อด้วยวีดีโอเกมส์ พอเริ่มเข้าช่วงวัยรุ่นก็เริ่มบ้าดนตรีต่อ ฮา

ผมเคยได้ยินเพลง GNR ครั้งแรกจากเพื่อน คือมันเล่นกีตาร์เพลง Don't cry ให้ฟังตอนอยู่ ม.2 ครับ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเพลงใคร แต่รู้สึกว่าขนาดเพื่อนหน้ามันเสี่ยวขนาดนั้น แต่แค่มันขึ้น Intro เพลงนี้ขึ้นมาแค่นั้นแหละ ลุคมันก็เปลี่ยนไปเลยกลายเป็นเท่ห์_ิบหาย สาวกรี๊ดกันเกรียว... หลังจากนั้นผมก็บ้าเล่นกีตาร์มาตั้งแต่บัดนั้น (อยากเป็น Rock Star บ้างอ่ะ ฮา)

สำหรับ Slash นี่เคยมาเปิดแสดงที่ กทม น่าจะซัก 2-3 รอบแล้วล่ะ แต่เฮียแกมาในนามวงส่วนตัว คือ ผมก็ชอบนะแต่มันยังไม่ค่อยเข้าหู คือมันยังไม่สุดอ่ะ ก็เลยไม่ได้ไปดู และผมว่ามันไม่มีช่วงไหนจะ peak เท่าตอนที่เป็นวง GNR แล้ว (เอาแค่ชุดกางเขนกะโหลกปกดำที่ออกตั้งแต่ 1987 ผ่านมา 30 ปีแล้วมันก็ยังคงความดิบเถื่อนเอาไว้ได้ โดยซาวน์มันยังคงเจ๋งเหมือนเดิม หยิบมาฟังเมื่อไหร่ก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันล้าสมัยเลย) และแม้ว่า Slash จะเป็นหนึ่งในกีตาร์ฮีโร่ก็ตามแต่ไม่ใช่แนวปั่นเร็วๆ โหดๆ นะ แต่สิ่งที่เจ๋งของ Slash ที่ผมชอบก็คือ ความเท่ห์ของซาวน์, Riff และเมโลดี้เจ๋ง ๆ บวกลูกเล่นต่างๆ ที่ผ่านออกมาทาง Les paul คู่ใจนั่นเอง พอถึงช่วง Solo แล้วบวกกับลุคของเฮียแก ก็เรียกว่าสะกดคนดูได้อยู่หมัดตลอดนะ แม่ม!! )

คือ ปกติศิลปินระดับโลกที่ดังๆ ที่ผมชอบถ้ามาเมืองไทยผมก็จะไปดูหมดแหละถ้าไม่ติดอาไร ตั้งแต่ Michael Jackson ไล่มายัน Dream Theater, The Eagle ไปจนถึงเจ๊ Mariah Carey อาไรๆ ก็ดูไปหมดแหละ ตอนที่ดูศิลปินเหล่านี้เล่นมันก็สุดอยู่นะ คิคว่าพอแล้วแหละชีวิตนี้ #เพราะคิดในใจว่าก็ GNR วงมันแตกไปตั้งหลายสิบปีแล้วนิ จะมาเล่นคอนเสิร์ตอีกได้ไงล่ะใช่ป่าว (แต่มันก็ยังมีปมเล็กๆ ยังติดอยู่ในใจ) ส่วน Metallica เคยมาแล้วตอนเด็กๆ ช่วงนั้นทุนทรัพย์ยังไม่พร้อม แต่ไม่เป็นไร ยังไม่ได้ชอบขนาดเป็นปมในใจเหมือน GNR น่ะ ฮาๆ (แต่ไม่แน่ Metallica อาจจะมาอีกรอบก็ได้นะ หึหึ)

การมา Live ครั้งนี้ของ GNR จึงเหมือนเป็นการทำความฝันวัยเด็กชิ้นสุดท้ายสำหรับเรื่องดนตรีของผมให้เป็นความจริงครับ เพราะว่า Slash ตัวเป็นๆ ที่มาในนาม GNR นี่มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้อีกแล้วในชีวิตนี้ แต่ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจนได้ครับ T T เรียกว่านอนตายตาหลับแล้วก็ไม่เชิง ฮาๆ


ส่วนเรื่องคอนเสิร์ตมันส์แค่ไหน หาอ่านได้ตามหน้าข่าวทั่วไปครับ
แต่สำหรับผมแล้ว
ตำนาน ก็คือ ตำนานครับ #จบ


(รูปนี่ของแฟนเพลงท่านนึงครับ จำไม่ได้แล้วว่าเอามาจากท่านใด)


ปล. เกร็ดเพิ่มเติมเล็กน้อยของ 3 แกนหลักหลังจากที่ GNR วงแตกไปช่วงก่อน
       (แบบมั่วๆ และมี Bias ฮา) จริงๆ อยากจะเขียนอีกนะแต่ เวิ่นเว้อแค่นี้พอล่ะ

W. Axl Rose: Frontman ยอดนักร้องนำผู้อื้อฉาว ออกงานเดี่ยวมาบ้าง แต่พูดเลยไม่โดน แถมยังอ้วนฉุ ฮา



Slash: ยังคงเทพเหมือนเดิม เลิกเหล้าเลิกบุหรี่ กลายเป็นหัวหน้าครอบครัวและพ่อที่ดีของลูก ยังคงทำงานด้านดนตรีและผลิตงานเจ๋งๆ ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ยังคงมีวินัยและรักษาหุ่น + ความเท่ห์แบบ_ิบหายวายป่วงเอาไว้ได้อยู่ ฮา



Duff Mckagan: นอกจากยังรักษาหุ่นได้เหมือนเดิม พี่แกยังกลายไปเป็นยอดนักลงทุนอีก กว้านซื้อหุ้นเด็ดๆ อย่าง Starbucks, Microsoft และ Amazon และทำเงินได้อย่างมหาศาล เสร็จแล้วเฮียแกยังไปเรียนต่อด้านธุรกิจเพิ่ม แล้วกลับมาเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินในกับพวกวงดนตรีต่างๆ อีก เมพขิงๆ
(รูปเฮียนี่ก็ไปตัดเค้ามาเหมือนกันนะ ของที่ตัวเองถ่ายมันไม่ค่อยชัดอ่ะ ฮา)

#สรุปว่าพวกเทพๆ ถ้ารักษาวินัยได้ ก็จะเทพขึ้นไปได้อีกเรื่อยๆ ครับ







Saturday, 18 February 2017

ภาค Reborn - Theme 2017

ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว เพิ่งจะได้เขียน Blog เป็นครั้งแรก ฮาๆ

ช่วงต้นปีนี้วุ่นกับงาน FA เป็นที่ปรึกษาการเงิน case ใหม่ ที่รับเป็น Freelance
เป็น Deal ที่จะ Joint-Venture กัน เราก็มีหน้าที่ทำ Valuation ตัวธุรกิจ
ว่าราคาที่จะซื้อขาย ร่วมทุน ร่วมหุ้นกันนี่มัน สมเหตุสมผล มั๊ย

วิธีที่ใช้ในการประเมินเป็นหลักส่วนมาก ก็คือ DCF (Discounted Cash Flow) ครับ
ซึ่งมันก็ผูกกับ Assumptions, Business plan ของบริษัท + ผู้บริหาร ซะเป็นส่วนมาก
ก็ต้องรวบรวมข้อมูลมา Verify แล้วก็มาผูกสูตรทำ Model (Financial projections - P&L,BS,CF)
เสร็จแล้วก็เขียน report + ทำ present PPT ให้มันสวยๆ

การได้ไปพบเจอผู้คน นักธุรกิจชั้นนำ ได้เจอคนใหม่ๆ จะได้เปิดมุมมองใหม่ๆ บ้าง
ซึ่งผมว่ามันก็สนุกดีนะ (ถ้าไม่นับเรื่องเครียดว่าจะทำงานไม่ทัน deadline
ซึ่งงานส่วนมากที่เข้ามาก็จะประเภทเอาด่วนเอาเร็วกันทั้งนั้น ประมาณว่า 1 เดือนทันมั๊ย ฮา)
ซึ่งถ้าไม่ต้องปะทะกับ กลต. ก็ยังพอ ok
แต่ถ้าเป็นงานประเภท IFA นี่ล่ะก็ เดี๋ยวนี้หาคนทำยากมากครับ แม้ว่าค่า Fee จะดีก็ตาม

ก็ต้องขอขอบคุณที่ได้ร่วมทำงานกับทีมงานที่เก่งและดี ทำให้งานราบรื่น และผ่านไปได้ด้วยดีครับ

- - - - -

แต่นั่นยังไม่พอ ดันทะลึ่งไปลงงานวิ่ง Half Marathon ครั้งแรกในชีวิตด้วย ซึ่งยังไม่เคยวิ่งได้เลย
(ปีที่แล้ว แค่วิ่งได้ 300 เมตรก็เหนื่อยแล้ว ผ่านไป 1 ปี ต้องมาวิ่ง 21.1 km ฮา)
ก็เลยต้องซ้อม ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อม... ... ...

ปั่นงานไปด้วย ซ้อมวิ่งไปด้วย เดิมๆ วิ่งอยู่แค่ประมาณ 5-6 โล + เดิน 2 โล
พอจะมีวิ่ง Half เลยต้องเพิ่มเป็นวิ่ง 8-12 โล + เดิน 2 โลแทน
เรียกว่ากินพลังงานมหาศาลเลย นอนประมาณตี 3 ทุกวัน

งานก็พีค วิ่งก็พีค นี่ยังไม่นับเรื่องเทรดเลยอ่ะนะ ทั้งพอร์ตจริง พอร์ตซ้อม  ฮาๆ

- - - - -

มีเรื่องที่น่า surprise ผมอีกเรื่องช่วงที่กำลังซ้อมวิ่ง Half ก็คือ
ปีที่แล้วผมพยายามจะวิ่ง 5 km ให้ได้ภายใน 30 นาที แต่ทำยังไงก็ทำไม่ได้
แต่พอแค่ผมมาเริ่มซ้อมวิ่ง Half ได้แค่ไม่กี่วัน คือวันแรกผมวิ่ง 5+2 (วิ่ง 5 โล เดิน 2 โล)
แล้วก็ครั้งต่อไปก็เพิ่มระยะการวิ่งทีละกิโล เป็น 6+2, 7+2, 8+2, 9+2, 10+2
เพียงแค่ซ้อมเท่านี้เอง 5-6 ครั้ง ผมก็คิดว่าตัวเองน่าจะอึดขึ้นนิดนิดหน่อยล่ะ
ก็เลยลองกลับมาวิ่ง 5 กิโลดูว่าจะทำเวลาได้เท่าไหร่
ปรากฎว่า วิ่งทีเดียวก็ต่ำกว่า 30 นาทีเลย ต่ำกว่าสถิติที่ดีที่สุดปีที่แล้วเป็นนาทีเลย ฮา





อันนี้ถือว่า surprise มาก ก็เลยสรุปได้ว่า ปีที่ผ่านมาเราซ้อมวิ่งระยะน้อยไปนี่เอง ถ้าอยากจะวิ่งให้ดีขึ้น ก็ต้องซ้อมให้หนักขึ้น (ในวิธีที่ถูกต้องและเหมาะกับเราเองด้วย) ซึ่งผมก็คิดว่า น่าจะนำไปประยุกต์ใช้กับเรื่องการเทรดหรือเรื่องอื่นๆ ได้เช่นกันครับ คือ พอโจทย์มันยากขึ้น เราก็ต้องสร้างสรรค์หาวิธีการทำมันให้ได้ แล้วก็ซ้อมๆๆ











สำหรับงานวิ่ง Half งานแรกก็ผ่านไปด้วยดีครับได้ตามเป้าภายใน 3 ชั่วโมง ตั้งเป้าเอาไว้แค่ว่าจะวิ่งชั่วโมงละ 7 กิโลสม่ำเสมอ ตอนแรกก็คิดว่าจะเดินเยอะ แต่ปรากฎว่าอากาศที่บุรีรัมย์เย็นมากตอนปล่อยตัวประมาณ 17-18 องศา ใส่เสื้อกล้ามไปบางๆ พอวิ่งๆ ไป มันก็เลยไม่หนาวไม่ร้อนกำลังดี ทำให้ไม่เหนื่อยมากครับ ก็เลยจะวิ่งซะเป็นส่วนใหญ่ เดินน้อยมากๆ ก็เลยทำได้ตามเป้าหมายครับ








- - - - -

จบเรื่องงานและเรื่องวิ่งล่ะ ต่อไปก็คือ การกำหนด Theme ชีวิตในปี 2017 ครับ
ปีที่แล้วผมกับคุณภิริตั้ง Theme เอาไว้ว่า "ร่ำรวยเงินทอง และสุขภาพดี"
Theme ปีนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม แต่จะเพิ่มคำว่า "Focus" เข้ามาด้วยอีกคำนึง
เพราะรู้สึกว่าชีวิตมันกระจัดกระจายไปหน่อยในหลายๆ เรื่อง

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การอ่านหนังสือ 
รู้สึกว่าอ่านมากเกินไป ก็ได้แต่อ่านๆๆ
ซึ่งเรารู้สึกว่าการอ่านเรื่องที่ดีๆ มา 1 เรื่องเนี่ย แม้ว่าเราจะเข้าใจ
แต่เรายังไม่สามารถดูดซึม ดูดซับ skill เรื่องนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของเราได้จริงๆ
(เช่น การอ่าน Principles 1 รอบ หรือ การฟัง clip พี่ต้าน live เรื่องนึง 1 รอบ 
คือ เราเข้าใจ แต่มันยังไม่ได้กลายเป็นนิสัยหรือ skill ของเรา)

คือ มันจะกลายมาเป็นส่ว่นหนึ่งของเราได้ ก็โดยการผ่านการทำมันซ้ำๆ ติดต่อกันนานๆ 
จนมันกลายมาเป็น "นิสัย" หรือ "Skill" ของเราอย่าง "ถาวร" แน่นหนึบนั่นเอง 

ซึ่งคำว่า "Focus" ในปีนี้ของผมก็คือ ผมคิดว่าผมจะสร้างนิสัยที่ดีที่ผมต้องการขึ้นมา
ให้ได้ประมาณ 2 เดือน (60วัน) ต่อ 2 skill นิสัยที่ง่ายๆ พร้อมกันนะครับ ฮา
ถ้าทำได้ครบปี ก็น่าจะได้คุณลักษณะนิสัยที่ดีเพิ่มขึ้นมาในชีวิตบ้างอีกซัก 10-12 นิสัย
ฟังดูดีมาก 555 

ปีที่แล้วที่คิดว่าได้ skill นิสัยมาก็คือ การออกกำลังโดยการวิ่งต่อเนื่องนั่นเอง (ตามชื่อ Theme)
ส่วนปีนี้ที่เริ่มทำมาได้ตั้งแต่ต้นปี ก็คือ การจดบันทึกพวก To do list วันต่อไป (วันละ 3 อย่างพอ),
การนับแคลอรี่อาหารที่กินแต่ละวัน, แคลอรี่ที่ Burn ออกในวันที่ออกกำลัง
การจดบัญชีรายรับ - รายจ่ายแต่ละวัน เอาง่ายๆ แค่นี้ก่อนครับ
พอครบ 60 วันแล้ว ก็ค่อยเริ่มอีก 2 นิสัยต่อไปครับ

- - - - -

ช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างงาน FA case ใหม่ ก็เลยกลับมาเขียน Blog ได้
ก็จะพยายามกลับมาเขียนเรื่องการเทรดต่อให้ได้แบบเป็นเรื่องเป็นราวนะครับ ฮา


#จบข่าว



Saturday, 31 December 2016

ภาค Reborn - สรุปเรื่องการเทรดปี 2016

มาสรุปเรื่อง performance การเทรดปี 2016 บ้างไรบ้าง

พอร์ตหลักผมเน้นเทรดหุ้นไทยครับ
เพราะคิดว่าง่ายที่สุดแล้วถ้าเทียบกับตลาดอื่นอ่ะนะ + เหมาะกับรายย่อยแบบเราๆ ด้วย
(ตลาดอื่นก็เช่น TFEX, Commodities, FX, Fututre, option อาไรพวกนั้นแหละ)

สำหรับตัวผมเน้น Portfolio structure เป็นหลักเหมือนเดิม ก็ใช้แบบที่พี่ต้านสอนนั่นแหละ
ลอกมาเลย Return = Cash + Alpha + Beta เหมือนเดิม

Beta คือ เน้น Close system เป็นหลัก ก็พวก KZM, Zone trading, Sniper อาไรพวกนั้น
Alpha ก็เน้น Rebalancing คู่กับ Cash เป็นหลัก ไม่ได้มีอาไรซับซ้อน
วิธีการเทรดก็ไม่ได้เน้นอาไรเป็นพิเศษ เป็นรวมมิตรสไตล์ ฮาๆ

ตั้งใจจะเทรดไม่เกิน 15 ตัวหมุนเข้าๆ ออกๆ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็มีทะลุไป 20 ตัวบ้างเป็นบ้างครั้ง
เทรดแบบไม่มี Stop loss เพราะฉะนั้น จะปิด order เฉพาะไม้ (นัด) ที่กำไรเท่านั้น
Win rate ก็เลยเท่ากับ 100% (จริงๆ มีเอากำไรมา net ไม้ที่ติดทิ้งไปบ้างแต่ไม่ถึง 1%)

สรุปผลการเทรด 1 ปี

ยิงเข้าไปทั้งหมด 651 นัด
ปลดกระสุนออกมาเก็บ cashflow กินได้ทั้งหมด 539 นัด
ดังนั้นยังมีกระสุนติดอยู่ในพอร์ตอีก 112 นัด (คิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 20% ของที่ยิงออกไปทั้งหมด)

กระสุนที่ยังติดนั้น มีทั้งที่ติดจริงๆ (ขาดทุนอยู่) กับที่กำไรแล้ว run trend อยู่ผสมๆ กัน
(เป็น Beta + Alpha ประมาณ 50% ส่วนที่เหลือเป็น Cash reserve อีก 50% เป๊ะเลย 555)

ขนาดกระสุนเฉลี่ยต่อนัด เท่ากับ A บาท (ไม่เปิดเผย)
ขนาดกำไรเฉลี่ยต่อนัด เท่ากับ B บาท (ไม่เปิดเผย)

แต่ B/A เท่ากับ 4.5% ต่อนัด (นับเฉพาะนัดที่ปิดแล้ว แปลว่ายิง 539 นัด เฉลี่ยทุกนัดได้ 4.5%)
นัดที่ได้มากที่สุดประมาณ 70%, นัดที่น้อยที่สุดประมาณ 0.1%

กระสุนนัดนึงยิงแล้วจะติดอยู่ในพอร์ตนานประมาณ 33 วัน
(Max ก็ 365 วันเลยอ่ะนะ, Min ก็ประมาณ 1-5 นาที)



กราฟที่เอามา plot ก็นับ cashflow ที่ทำได้แต่ละเดือนสะสมกันมารวมกันทั้งปีเท่ากับ 22.5%
ถือว่าผ่านเกณฑ์ตัวเอง (ห่วย คือ เดือนละ 0.5%, ปานกลาง 1%, ดีก็ 2% ขึ้นไปต่อเดือน)

ไม่ได้เน้น return อะไรมาก เน้นที่ความสม่ำเสมอ, Mental สมบูรณ์ และ ใช้เวลาในการ Monitor น้อย

ส่วน Equity ก็เอาเฉพาะจุด MAX DD ของแต่ละเดือนมา plot ครับ

เดือนที่พลาดก็คือ May ในเดือนนั้นมีหุ้น IPO ตัวนึง เป็นบริษัทของน้องเพื่อนจะเข้าตลาด
เจ้าของบริษัทมั่นใจมากบอกมาแน่ (อีกล่ะ 555) เลยหน้ามืดใส่ไปเยอะกว่าตัวอื่น ปรากฎว่าเปิดมาที่ราคา High แล้วหลังจากนั้นลงพรวดๆ เลยเกือบ 50% (ซึ่งไอ่ตอนลงนี่เราก็รับมาตลอดทางอีก ฮ่าๆๆ)
ผลก็อย่างที่เห็น DD กระจายเลยทีเดียว (ซึ่งตอนนี้ก็ยังติดอยู่เต็มมือจนถึงสิ้นปี)

ส่วนอีกเดือนที่ DD หนัก ก็คือ Oct อันนี้คงทราบเหตุผลกันดีทุกคนนะครับ
สรุป ณ วันสิ้นปี ค่า DD อยู่ที่ -6.39%


สรุปปีนี้พอร์ทหลักไม่มีปัญหาอะไร จิ้มๆ ไปเรื่อยๆ เท่าที่โอกาสเอื้ออำนวน
Mental ก็สมบูรณ์ดี แต่มีอีกส่วนที่ทำให้กำไรหายไปประมาณ 20% ก็คือ
ส่วนใหญ่จะเอาเงินไป Long Put option (ส่วนมากจะ otm) ซึ่งโดนกินเรียบเหมือนเดิม 555
จริงๆ ก็ทำตามแผนอ่ะนะ คือ เอาไว้ Hedging port แต่ถ้าอ่าน Event กับ Volatility ได้ดีกว่า่นี้
กำไรก็น่าจะเพิ่มขึ้น (ไม่ใช่กำไรหายไปแบบนี้) ก็เป็นสิ่งที่ต้องการพัฒนาปรับปรุงต่อไป


การบ้านสำหรับปีหน้า ก็คือ เราต้องจะ Focus ล่ะ
ปีที่ผ่านมา กระสุนแต่ละนัดค่อนเล็กและข้างกระจัดกระจาย ยิงทิ้งยิงขว้างไปก็เยอะ
เพราะชอบคิดว่ามีกระสุน unlimit พอร์ตเป็นอมตะ ยิงได้ไม่อั้น
ปีหน้า จะจับกระสุนมัดรวมกันให้ใหญ่ขึ้นประมาณ 3-5 เท่าล่ะ
จับมันมาใส่ LEGO system บ้างไรบ้าง

แล้วก็จะพัฒนาระบบการบันทึกบัญชีใหม่ล่ะ
อยากจะได้บัญชีที่แบบว่าได้ Feeling ของการสะสม Asset อ่ะ ไม่ได้เห็นแต่ Cashflow รัวๆ
แล้วก็อยากจะได้บัญชีแบบที่ว่า เห็นปุ๊บก็รู้เลยว่าตอนนี้กระสุนมันอยู่ตรงโซนไหนแล้ว
จะ take action ยังไงต่อ ก็รู้ได้ทันที (บัญชีแบบโบราณที่ใช้อยู่มันก็ยาวลงมาเรื่อยๆ อ่ะนะ
ดูยากมาก ยิ่งช่วงปลายๆ ปี นี่มีหลายร้อยบรรทัดเลย ยิงรัวเกินไปด้วยแหละนะ ต้องรวบกระสุนด้วย  + ค่า Stat ที่เก็บมาทั้งปี ยังเอามาเล่นอาไรได้อีกเยอะเลย ปีหน้าสนุกกว่าเดิมแน่ ขี้เกียจเขียนล่ะ 55)





Friday, 30 December 2016

ภาค Reborn - "จงออกนอกนอก Comfort Zone - Go Run!!!" #ภาคสรุป 2016

ปีนี้ตั้งเป้าเป็นธีมกับคุณภิริว่า "เราจะสุขภาพดีไปด้วยกัน"
ถือว่าเรื่องการวิ่งนี่แหละที่ทำให้เราออกนอก Comfort Zone ได้สำเร็จชัดเจน

จริงๆ ก็ไม่ได้ตั้งเป้าอาไรชัดเจนหรอกนะ รู้แต่ว่าต้องไปลงงานวิ่งมินิ 10 km ให้ได้
ก็เริ่มซ้อมไปเรื่อยๆ พอจะถึงวันวิ่งจริงงานแรกก็มีดราม่าเลย
(คือ ลงวิ่งงานแรกก็โดนโกงเลย #งาน Let's Rock Run อ่ะ 555
สรุปงานนี้ไม่ได้วิ่ง แถม Organize ผู้จัดก็เชิดเงินคนรับสมัครไปหมดเลย
นักวิ่งก็แจ้งความ ออกข่าวกันให้พรึ่บ แต่ตำรวจก็ไม่สามารถจับคนโกงได้ แปลกดีจุง)



เราก็เลยได้ตระหนักว่า อ๋อ! งานนี้มันไม่ได้เป็นการกุศลนิ
หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็เลยตกลงกับคุณภิริว่า ต่อไปงานวิ่งทั้งหมดต้องเป็นงานการกุศลนะ
ก็คือ เราไปวิ่งได้สุขภาพ + ได้บุญช่วยเหลือผู้อื่นด้วย ต้องเป็น win-win แบบนี้สิถึงจะแจ๋ว
(นอกจากนี้ การสมัครงานวิ่งก็เป็น skill นะ คือ โคตรแย่งกันสมัครเลยแหละ 555)

สรุปแล้วทั้งปีก็ลงวิ่งมินิ 10 km ไปทั้งหมด 13 งาน เฉลี่ยแล้วเดือนละ 1 งานครับ
ก็ถือว่าเป็นการเปิดโลกใหม่จริงๆ ไม่เคยทำอาไรแบบนี้มาก่อน
คือ คืนวันเสาร์ต้องรีบนอนตั้งแต่ 3-4 ทุ่มแล้วก็นอนไม่ค่อยหลับ เพราะปกตินอนดึก
ซักตี 3 ก็ต้องตื่นขึ้นมาอัดขนมปังล่ะ เพื่อเตรียมไปงานวิ่งตอนตี 5 กว่าๆ
ช่วงแรกๆ ก็จะรู้สึกว่า กรูมาทำอาไรที่นี่ว่ะเนี่ย เช้ามืดวันอาทิตย์แท้ๆ ผู้คนยังพากันหลับไหล
แต่กรูแหกขี้ตาตื่นมาวิ่ง 10 km จริงๆ แทบไม่ได้นอนเลยด้วยเพราะนอนไม่หลับ หึหึหึ

งานแรกๆ ก็ตื่นเต้นอ่ะนะ บรรยากาศแปลกดีไม่เคยเห็น พอไปทุกๆ เดือน ก็เริ่มชินล่ะ
ก็ได้พบความจริงอีกข้อว่า จริงๆ แล้วคนมางานวิ่งกันเยอะมากๆ เยอะจนน่าประหลาดใจเลยแหละ

แล้วมันลบความเชื่ออีกข้อในใจของผมก็คือ ตอนเด็กๆ ผมจะเชื่อว่าคนที่ตื่นเช้ามาวิ่งวันละ 10 km
นี่ก็มีแต่นักมวยนี่แหละ (ดูจากทีวีเวลาไปถ่ายคนที่เป็นแชมป์โลกซ้อมกัน)
มันเลยทำให้ผมคิดไปเองว่า คนที่วิ่งวันละ 10 km ได้นี่มีแต่นักมวย หรือนักวิ่ง เท่านั้น 555

แต่พอมางานวิ่งจริงๆ แล้วจะเห็นได้เลยว่า เฮ้ย! ใครๆ ก็วิ่ง 10 km ได้ว่ะ อาซิ้ม อาม่า คุณตาแก่ๆ อายุ 70 เด็กเล็กๆ อายุไม่ถึง 10 ขวบ หรือแม้แต่น้องหมาที่วิ่งตามเจ้าของก็ตาม เค้าก็วิ่งกันไปได้เรื่อยๆ เลยแฮะ

ซึ่งพอเราทำลายกำแพงความเชื่อที่ฝังอยู่ในใจออกไปได้ เราก็จะพบว่าเราเองก็ทำได้เหมือนกันนะ



คราวนี้พอดูสรุปจาก App Endo ก็จะเห็นภาพรวมที่วิ่งทั้งปี ของคุณภิริจะได้ 1000 km ตามเป้าของเค้าอ่ะนะ ผมเองจริงๆ ก็ไปวิ่งด้วยกันทุกครั้งอ่ะแหละ อาจจะมีไปได้ไปด้วยซัก 2-3 ครั้ง แต่ระยะรวมต่างกันเกือบ 200 km แน่ะ 55 คงเป็นเพราะช่วงเดือนแรกๆ ผมยังไม่ได้ใช้ app จับระยะวิ่ง ประกอบกับตอนหัดวิ่งช่วงแรกมีอาการบาดเจ็บด้วย ผมคิดว่าระยะวิ่งรวมทั้งปีของผมเองอย่างน้อยคงไม่ต่ำกว่า 850 km แน่ๆ ล่ะ ฮาๆ

ส่วนข้างล่างก็คือ Stat ที่จะเก็บบันทึกไว้สำหรับปีนี้ครับ



ช่วงเริ่มต้นนี่ในเวลา 1 ชม. จะวิ่งได้ประมาณ 6.7 km แบบหึดจับ
แต่ผ่านไป 1 ปี ตอนนี้จะวิ่งได้ประมาณ 8 km แบบไม่เหนื่อยเท่าไรแล้วครับ




ส่วนระยะที่ผมโฟกัสมากที่สุดก็คือระยะ 5 km ช่วงแรกที่วิ่งจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที หรือ pace 8 นิดๆ
ผ่านไป 1 ปี 5 km ก็จะวิ่งอยู่ที่ประมาณ 30 นาทีครึ่ง หรือ pace 6 นิดๆ ถือว่าดีขึ้นประมาณ 25%




คือผมก็ลองวิ่งดูหลายๆ แบบแล้วอ่ะนะ อยากให้วิ่ง 5 km ได้ต่ำกว่า 30 นาที
มันเหมือนกับว่า ถ้าเราฝึกเองแบบบ้านๆ มันก็จะสุดอยู่ที่ตรงนี้ล่ะ
ถ้าอยากจะขยาย capacity ให้ดีกว่านี้ ก็คงต้องไปเอาโปรแกรมที่นักวิ่งฝึกมาลองล่ะ
(แต่ในใจลึกๆ มันก็ยังคิดอยู่ว่า จริงๆ แล้วทำไมกรูต้องวิ่งเร็วๆ ด้วยฟระ)

บรรทัดสุดท้าย เป้าหมายสำหรับการวิ่งปีหน้าคือ ลงวิ่งฮาฟมาราธอน 21 km ครับ
สมัครไปแล้วด้วยงานบุรีรัมย์มาราธอนเดือน ก.พ. ที่จะถึงนี้ ยังไม่เคยวิ่งได้ถึงเลย
กะไปตายเอาดาบหน้า 555 ต้องทำลายกำแพงความเชื่อให้ได้เหมือนเดิมคนับ



Fighto!!!

Wednesday, 9 November 2016

ภาค Reborn - เหนื่อยนักพักก่อน #4






วันนี้มี Event อีกแล้วครบ 1 เดือนพอดีที่เริ่มพอร์ตนี้ด้วย เลยต้องบันทึกเอาไว้หน่อย
ส่วนเฮีย Trump ได้ก็คงไม่ผลิกโผเท่าไหร่นะในความคิดผม
แต่ตลาดก็ปั่นป่วนพอสมควร  ใครเทรด swing น่าจะชอบมาก ฮาๆ
โดยภาพรวมแบบมโนฯ เอา คิดว่าน่าจะเป็นผลดีต่อเอเชียและประเทศไทย
โดยเฉพาะในแง่ความปลอดภัยในชีวิตและความมั่นคงในภูมิภาคนี้
คงจะอยู่กันได้สบายขึ้น ความกดดันที่มีลดลง เพราะเฮียแกบอกว่าจะยุ่งเรื่องชาวบ้านลดลงอ่ะนะ

...
หลังจากที่พอร์ตเดิมที่เอากำไรไป Bet ได้ระเบิดไปเนื่องจากโดนลากจากเหตุการณ์ Brexit
ก็ต้องวนกลับมาเริ่มที่พอร์ตตั้งต้นใหม่ คราวนี้เน้นเงินเยอะ เพื่อเทรด Lot ใหญ่ได้แบบไม่เครียด
และพยายามคุม Max DD ให้ต่ำๆ แบบคนอื่นบ้างไรบ้าง

ตัวที่เทรดเป็นหลักในรอบนี้คือ G/U เหมือนเดิม เนื่องจากพอร์ตเดิมเราอยู่ฝั่ง L แล้วแตกไป
ก็แปลว่า Momentum มันก็ยังคงลงอยู่นั่นแหละ ไม่ต้องคิดไรมาก ก็จัด S ไปเลย 1 Lot
หลังจากนั้น พอมันถูกทาง ก็ยิง L ไม้เล็กๆ สวนเป็นระยะๆ เพื่อเก็บ cashflow

แล้วพอมันลงจนได้ที่แล้ว ก็จัด L ไม้ใหญ่ๆ ขึ้น เพื่อ Lock กำไรเป็นระยะๆ
พอมันเริ่มมีสัญญาณกลับตัวแล้ว ก็เปลี่ยนไปอมไม้ L ที่ Hold มาจากข้างล่างแทน
แล้วก็ปลดไม้ที่ S 1 Lot นั้นออก แล้วก็ไปเริ่ม S ไม้เล็กๆ สวนด้านบนต่อแทน (ทำกลับด้านกัน)

แล้วพอมาวันนี้เห็นตลาดเริ่ม swing มั่วๆ ล่ะ เลยปิดออกหมดก่อน เก็บกระสุนกลับบ้าน #จบข่าว








Sunday, 30 October 2016

ปฏิทินของพ่อ



ข้าพเจ้าเห็นปฎิทินฉบับนี้ตั้งแต่ต้นปีเดือน มกราคม 2559
พอได้อ่านพระบรมราโชวาทที่อยู่ในนั้นแล้วก็ได้รับแรงบันดาลใจ
จึงคิดได้ว่า สมควรจะเอามาเขียนบทความตอนพูดในเรื่องของ Mindset

เลยถ่ายรูปปฏิทินนี้เอาไว้เรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่ได้โอกาสเขียน
สุดท้ายแล้วไม่คิดว่าจะได้มาเขียนก่อนเวลาในเดือน ตุลาคม นี้  T T

ข้าพเจ้าขออันเชิญพระบรมราโชวาทในปฎิทินมาไว้ ณ ที่นี้

"ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับชั้น เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือ ความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน ด้วยวิธีการที่ประหยัดระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป"




สิ่งที่ข้าพเจ้าตั้งใจจะเขียนก็คือ แม้ว่าจะเป็นพระบรมราโชวาทที่เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ แต่ถ้าพิจารณาให้ดี เราสามารถนำหลักการนี้มาประยุกต์ปรับใช้ได้กับทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่การเทรด กล่าวคือ ในช่วงเริ่มต้นเราต้องให้ความสำคัญกับการฝึกฝนพื้นฐานที่ถูกต้องตามหลักวิชาก่อน ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ประมาท ระมัดระวัง เมื่อเราอยู่รอดได้แล้ว มีมีกินมีใช้ มี cashflow หล่อเลี้ยงสม่ำเสมอ ซึ่งก็คือเมื่อพื้นฐานเริ่มแน่นแล้ว จากนั้นเราก็ค่อยสร้างสรรค์ สร้างเสริม ต่อยอดในเรื่องซับซ้อนขึ้น ต่อไปได้โดยมั่นคง...

... ... ...
สึ่งที่ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวสดุดีถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นมีมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ในระดับที่ตัวข้าพเจ้าคิดว่าในรอบหลายร้อยปีจะมีซัก 1 คนที่จะมีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ ได้พร้อมๆ กันมากมายถึงขนาดนี้ ซึ่งท่านได้ทรง "ทำ" ให้พวกเราดูเป็นตัวอย่างว่า ทุกๆ สิ่งเราก็สามารถทำได้เช่นกัน หากเรามีความเพียรที่บริสุทธิ์้ดั่งพระมหาชนก เราก็จะสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ในการทำงานไปได้

แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ คุณความดีของพระองค์ท่านที่ได้ทรงทำเพื่อผู้อื่นมาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ตลอด 70 ปีที่ผ่านมาโดยไม่หยุดหย่อน ท่านทรงได้วางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทยเพื่อความอยู่ดีกินดีมีความสุขแก่ประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด ซึ่งในชีวิตนี้คงมีแค่เพียงพระองค์เพียงคนเดียวเท่านั้นในโลกนี้ที่ผู้คนมากมายหลายล้านก้มกราบด้วยหัวใจ ด้วยความจงรักภักดี "ไม่ใช่เพราะพลังอำนาจบารมีที่ท่านมี แต่เป็นเพราะความดีที่ท่านได้ทรงทำ"

คนๆ เดียวในโลกนี้ที่เราเพียงแค่เห็นรูปภาพของพระองค์ก็สามารถหลั่งน้ำตาออกมาได้ แต่น้ำตาที่หลั่งออกมานั้น หาได้หลั่งออกมาเพราะความเศร้าเสียใจไม่ แต่เป็นความตื้นตันใจในคุณความดีในสิ่งที่ท่านบำเพ็ญเพียรทำเพื่อผู้อื่นมาตลอดนั้นไซร้ ... ... ...




สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ




Friday, 7 October 2016

ภาค Reborn - เหนื่อยนักพักก่อน #3







วันนี้มีเหตุการณ์ล้างพอร์ททดลองเลยต้อง update ซักหน่อย
ต่อจากเดือนที่แล้วมา คิดแล้วว่าเดือนนี้ยังไงต้องฆ่า Boss ให้ได้
ตัวที่เล็งก็คล้ายๆ ที่ทุกคนเล็งๆ กัน คือ G/U
ได้ทีก็จัด Long เลย 0.01 lot 10 ไม้ แถวๆ 1.30 นั่นแหละ (Overtrade อีกแล้วนะ)

จากนั้นก็วางกลยุทธ์ว่าถ้าผิดทางจะทำไงดีถึงจะเอาอยู่ ก็เอาเป็นว่ารอบนี้ทำ Triangle ล่ะกัน

ไม้แรก Long G/U รวม 0.10 lot
 

แล้วก็มาวางโซน Short ไม้ Hedge บน G/N  0.01 lot รวม 5 ไม้ ปรับขยับเอาตามอัฐยาศัย



แล้วก็มาวางโซน S บน N/U ต่อให้ครบ Loop จำนวน 0.01 lot อีก 5 ไม้ ดูซิว่า จิเอาอยู่หม่ายย



จริงๆ ตอนแรกที่กด G/U ไป 10 ไม้นั่นมันวิ่งไปถูกทางนะ +ไป 80$ ล่ะ กะว่ากรูนิจะขี่ Trend ใหญ่แล้ววุ้ย หล่อจิงไรจิง 555 พอถูกทางแล้ว ก็ไปยิงไม้ S ด้านบนลงมาแค่ 1-2 ไม้ ตอด cashflow ไป ผสมผสานกับที่วางโซน S ตัว G/N, N/U ช่วงแรกๆ ก็ดูดียิงไปยิงมาได้ cashflow เพิ่มมา 60$ ล่ะ แต่แล้ว Boss G/U ก็ เริ่มลากลง ลากลงไปเรื่อยๆๆ



ตูม โกโก้ครันซ์ จบข่าว หึหึหึ
เท่าที่ดูราคาโบรคนี้อนาถสุดเลยด้วย จริงๆ ราคามันลงแค่ 1.20 เท่านั้นแหละ
โบรคแย่ๆ หน่อยก็ซัก 1.15 แต่ของเรานี่ 1.10 เลยนะครัชช



ลงแรงได้ใจทำ Balance, Equity ติดลบไปได้ไกลขนาดนี้
ขนาดเทรด Demo ยังน่ากลัวขนาดนี้
ของจริง ใครจิไปกล้าใช้นิ หึหึหึ




แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจจริงๆ คือ เงินจริงในพอร์ทของน้องชายครับ เทรด G/U เช่นกัน (แต่ไม่ได้ใช้โบรคนี้นะ)
ใช้ bot แบบ Grid เทรด MM แบบ Martingale เริ่มเทรดมาตั้งแต่ต้นปีทำกำไรได้ดีมาตลอด
ก็เลยทยอยเปิดเพิ่มไปทีละพอร์ต เจอช่วง Brexit ก็ยังผ่านมาได้แบบชิลๆ
ก็เลยยังมั่นใจอยู่ กำไรก็เปิดเพิ่ม สุดท้ายเปิดไปทั้งหมด 7 พอร์ท พอระเบิดลงทีเดียวตายไป 6 ตัว
เหลือรอดอยู่ตัวเดียว T T เศร้าดีแท้

เท่าที่ดูเหตุการณ์ไม่คาดฝันมันก็มักจะมาลงทีเราเสมอนี่แหละ (ทำไมอยู่ดีๆ ต้องมา Vote Brexit อยู่ค่าเงินเดียวด้วยนิ หึหึหึ) ถ้าคุณปิด Risk ได้ไม่หมด ปิดจุดอ่อนได้ไม่หมด ยังไงก็ต้องเจอ Russian Roulette เข้าจนได้ ตอนเริ่มใช้ bot เทรด G/U ช่วงต้นปีก็ยังไม่มี Brexit พอมี Brexit ปุ๊บคนเริ่มเห็นว่าค่าเงินปอนด์มันเริ่มต่ำมาก ก็เริ่มมาทำโซนเทรด Long กัน มากเข้า มากเข้า เจ้ามือกับโบรคท่านก็เลยจัดให้เหมือนเดิมอ่ะจิ ตูมม จบข่าว...

https://www.facebook.com/crazygoatbuster/





Saturday, 17 September 2016

ภาค Reborn - เหนื่อยนักพักก่อน #2











ไม่ได้ up blog รู้สึกผิด 555 (เรื่อง MM เขียนไม่ออก ไม่มีเวลาเรียบเรียง)
เนื่องจากงาน outsource ที่ปรึกษาการเงินที่ไปรับมาเริ่ม peak อีกล่ะ งานไหลเข้า
ประกอบกับกิจกรรมยังเยอะเหมือนเดิม กินเที่ยวเดินทางมากมายนู้นนี่นั่น

ส่วนกลุ่มที่สอนเพื่อนเทรดนั่นเกือบจบแล้วเริ่มให้ทำ workshop แล้ว
รู้สึกว่าพิมพ์สอนเพื่อนทาง online นิง่ายกว่าเขียนบทความเยอะเลย ไม่ต้องเรียบเรียงไรมาก
save เก็บๆ เอาไว้บ้าง น่าจะเกิน 300 หน้าแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะมีปัญญาเอามาเรียบเรียงลง blog มั๊ย 555
เพราะว่าเวลาพิมพ์คุยกับเพื่อนมันไม่ต้องกลัวผิด ไม่ต้องหาข้อมูลอ้างอิงอาไรมากมาย ง่ายกว่าเย๊อะ

ก็ไม่รู้จะ up อาไรดีมีแต่พอร์ตทดลองกากๆ ที่ต่อมาจากเดือนที่แล้ว 555

หลังจากเดือนที่แล้ว scalp ไปแล้ว เดือนต่อมาก็ต้องเอากำไรมา Bet ต่อ
จากเดิมกดแค่ 0.01 ไม่เกิน 3 ไม้ ก็เพิ่มเป็น 0.05 2 ไม้แทน กะจะทำท่าระเบิดพลังล่ะ
แต่ปรากฎว่า ผิดทาง 555 ก็ยิงไม้ Hedge 0.01 ตอดสวนไปเรื่อยๆ จนครบ แต่ปรากฎว่า
ตอนที่ตลาดมันสวิงแรงๆ มันดัน Force ปิดไม้ 0.05 ไปทั้งคู่เลยนิ (ผิดแผนเลยนิ)
กำไร 100$ ที่เป็น Buffer จากเดือนก่อน แค่โดน Force ปิดไป 2 ไม้ซัดไป 155$  -*- 555 -*-

ตอนแรกว่าจะถอดใจล่ะพอร์ตนี้ แต่ก็เทรดจิ้มๆ ไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่อำนวย
ก็ปรากฎว่ายังกลับมาได้แฮะ แปลว่ากลยุทธ์นี้ใช้ได้ แต่ต้องใส่เงินเผื่อเยอะกว่านี้หน่อยกันโดน Force อีก จบล่ะ
ไปทำงานต่อ T T



Wednesday, 17 August 2016

ภาค Reborn - เหนื่อยนักพักก่อน #1











ตั้งแต่ช่วงวันแม่ที่ผ่านมาภารกิจเยอะเหลือเกิน วิ่งไปวิ่งมาหลายที่ทุกวัน
นอนดึก ตื่นเช้า ดูโอลิมปิกด้วย ไปงานวิ่งด้วย กินข้าวนอกบ้านตลอด สุดท้ายก็ป่วยจนได้
เป็นการป่วยครั้งแรกในรอบปี จนถึงตอนนี้ก็ย้งไม่หายป่วยเลย งานก็ยัง Clear ไม่หมด
แต่ร่างกายมันฟ้องล่ะ ก็ต้องช่วยมันบ้าง ให้มันได้พักบ้างไรบ้าง

บทความเรื่อง MM ก็เลยยังไม่ได้เขียนต่อ
เพราะต้องใช้เวลาเรียบเรียงนานอยู่ กว่าจะเขียนออกมาได้แต่ละตอน

ตอนนี้ยังไม่มีอะไรจะ update ก็เลย เอา port ที่ซ้อมยิง sniper มาบันทึกเก็บไว้ล่ะกันครับ
ยิงมาได้ครบ 1 เดือนพอดี ยิงไปทั้งหมด 64 นัด

อันนี้ตั้งใจจะทำให้เพื่อนดู ตอนที่จะให้เพื่อนฝึก sniper บ้าง
พยายามใส่เงินให้น้อยที่สุด และปกติจะไม่มีการ cut loss
นัดที่ cut loss ไป ส่วนมากจะเป็นไม้ Hedge หรือไม่ก็เอากำไรมา net ทิ้งไปครับ

วันนี้เอาสั้นๆ แค่นี้ก่อน ต้องไป Clear งานต่ออีก T T