Thursday, 16 June 2016

ภาค Reborn - "จงออกนอกนอก Comfort Zone!!!" #1



ตั้งไว้ว่าจะกลับมาเขียน Blog อย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ช่วงต้นปี
แต่ก็ดองเอาไว้มานาน จนวันนี้ทนไม่ไหวล่ะ ได้ฤกษ์ฮึดขึ้นมาเขียนใหม่จนได้ 555

จริงๆ ลึกๆ  แล้วผมนี้แม่มเป็นโรคแบบว่ากลัวผิด เสพติด Perfectionism นะ
ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นข้อเสียใหญ่ของผมเลยแหละ

เพราะไอ้ความที่อยากจะทำให้มันดีเนี่ยแหละ มันเลยทำให้ทุกอย่างเลยช้าไปหมด
เพราะอยากให้มันเนี๊ยบ มันปราณีต มันดูดีนี่แหละ ก็เลยคิดมาก วางแผนมาก แก้มาก

ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็ไม่เห็นจะแตกต่างกับคนที่ทำมันเร็วๆ (แต่ไม่ถึงกะลวกๆ)
ถ้ามองเฉพาะในแง่ของความมีประสิทธิภาพหรือผลลัพธ์อ่ะนะ

สุดท้ายแล้วมันก็วนกลับมาที่เดิม ก็คือ ความสม่ำเสมอ หรือ วินัย นั่นแหละ

ถ้าคุณจะทำอะไรให้ทุกอย่างมันดีหมด มันก็กินพลังงานมาก และ take time
แต่ productivity มันก็จะออกมาต่ำไงล่ะ

เพราะฉะนั้น ตั้งแต่วันนี้ไป ผมจะเริ่มออกนอก Comfort Zone อย่างจริงๆ จังๆ อีกครั้ง
เริ่มต้นประเดิม ก็ด้วยการเขียน Blog มันอย่างสม่ำเสมอนี้แหละ 555


https://www.facebook.com/crazygoatbuster/

https://www.facebook.com/crazygoatbuster/photos/a.247081638797181.1073741827.246858405486171/567828056722536/?type=3&theater&notif_t=notify_me_page&notif_id=1466094201098465


Monday, 29 February 2016

***Feb 29, 2016 - คุณรู้อาไรเกี่ยวกับการเทรดบ้าง ตอนที่ 49


ว่าด้วย "กลยุทธ์แห่ง LANCHESTER" ตอนที่ 2

ตอนที่ 1 อยู่นี่...
http://crazygoatgod.blogspot.com/search?updated-max=2015-03-01T04:02:00-08:00&max-results=10

เขียนตอนที่ 1 ค้างไว้เป็นชาติแล้วจนจำไม่ได้ล่ะ ว่าจะเขียนว่าอะไรต่อ 555
จำได้แค่ว่าอยากเขียนเรื่องกลยุทธ์บ้าง ว่าแล้วก็จบในตอนนี้เลยล่ะกัน

...

กฎตายตัวที่เป็นจริงเสมอของการต่อสู้ก็คือ "หัวใจของการต่อสู้คือความสัมพันธ์เชิงอำนาจ (Power Relationship) ระหว่างฝ่ายศัตรูกับฝ่ายตนภายใต้สถานการณ์การสู้รบ" และ "การแพ้ชนะก็ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์เชิงอำนาจดังกล่าว"

ในการสู้รบนั้นมี "วิธีเอาชนะคู่ต่อสู้" ที่เป็นกฎตายตัวอยู่!!!
"กฎการต่อสู้ที่ว่านั้นคือ: ถ้า 2 ฝ่าย (การต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง) มีทุกอย่างเท่าๆ กัน (ทักษะการรบ ประสิทธิภาพของอาวุธ ฯลฯ) ฝ่ายที่มีกำลังมากกว่าจะชนะเสมอ"
"แต่ถ้ามี 3 ฝ่ายหรือมากกว่าขึ้นไป (การต่อสู้แบบหมู่ต่อหมู่) แต่ละฝ่ายมีทุกอย่างเท่าๆ กัน ฝ่ายที่มีกำลังน้อยที่สุดจะยิ่งเละ ส่วนฝ่ายที่มีกำลังมากกว่าจะยิ่งเสียหายน้อยลงในอัตรายกกำลัง" => มีสูตรคำนวณด้วยไปหาอ่านกันเอาเองนะ

"ยกตัวอย่างเช่น กองทัพที่มีขนาดเล็กนั้นในภาพรวมย่อมมียุทธานุภาพด้อยกว่ากองทัพที่ใหญ่กว่าเสมอ แต่ในสนามรบที่มีพื้นที่จำกัด กองทัพเล็กสามารถจะชนะกองทัพใหญ่ได้ โดยการประยุกต์ใช้กฎเหล็กด้านบน (divide and conquer)" => สรุปอีกทีก็คือในสนามรบย่อยๆ ใครพวกมากกว่าย่อมชนะเสมอ 555

ดังนั้น หากมือรองต้องต่อสู้กับผู้นำ ห้ามรบในสนามรบ (ตลาด) ใหญ่แบบซึ่งหน้าอย่างเด็ดขาด และถ้ามือรองอยากจะเอาชนะผู้นำก่อนอื่นต้องเริ่มจากการกำหนดสนามรบ (ตลาด) เล็กๆ ที่ตนเองมั่นใจว่า "สามารถเอาชนะได้แน่นอน" (ซอยตลาดให้ย่อยลง และกำหนดจุดที่ต้องการจะเน้น) และสร้างสถานการณ์ที่ตนเองจะไม่แพ้อย่างเด็ดขาดในสนามรบดังกล่าวขึ้นมา ดังนั้นจึงต้องจำ "กฎตายตัวของวิธีเอาชนะคู่ต่อสู้" นี้ไว้ให้แม่นยำ => นี่มัน Close system ชัดๆ เลย

วาดรูปสรุปตามหนังสือให้ด้วย หึหึหึ
รูปแรกน่าสนใจตรงที่ว่า เรามีกองกำลังเดียว แต่ดันทะลึ่งโจมตีทุกจุดพร้อมๆ กัน สุดท้ายแห้วหมดไม่ได้อะไรซักอย่าง (สังเกตสีของลูกศรยังเป็นสีแดงจางๆ พลังโจมตีอ่อนมักๆ ถ้ามองในมุมกลับ กองทัพของเราเองที่เป็นฝ่ายถูก divide and conquer)


รูปที่สอง เน้นการโจมตีไปที่ๆ จุดๆ เดียว เอากำลังเข้าข่ม พอยึดพื้นที่กองทัพ A ได้แล้ว จึงค่อยไปยึดกองทัพ B และ C ต่อไปตามลำดับ (รวมพลังโจมตี (Focus) ลูกศรสีเข้มด้วยนะเฟ้ย 555)





สรุปจากกฎของ Lanchester บอกเราอย่างง่ายๆ ว่า หากต้องการเอาชนะคู่ต่อสู้ คุณต้อง "เพิ่มประสิทธิภาพอาวุธที่ใช้" หรือ "เพิ่มจำนวนกำลังพลให้มากขึ้น" => จะเพิ่ม Damage (or Quality) หรือ จะเพิ่ม เกราะ, HP (or Quantity) 





เรียบเรียงจากหนังสือ: กลยุทธ์ Lanchester ยุทธการล้มเบอร์หนึ่งของมือรอง
กลยุทธ์ที่ถูกเรียกขานว่าเป็น "คัมภีร์ไบเบิลของกลยุทธ์ธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น"




Thursday, 10 December 2015

Dec 10, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 18 - "ไม่อยู่ล่ะครัช รพ หึหึหึ"

ในที่สุดคุณพ่อก็ออกจาก รพ จนได้ (ออกวันที่ 27 พ.ย. เกือบจะหมดเดือนล่ะ)
สรุปว่าการผ่าตัดรอบที่ 3 ในปีนี้ ต้องอยู่ รพ รวมๆ ประมาณ 4 เดือน
ถ้ารวมๆ ทั้งหมด 3 รอบก็ 8 เดือนครึ่ง หมดปีพอดีเลย 55 T T

ปีนี้ก็ถือว่าเป็นปีที่ดีอีกปีนึงนะผมว่า ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายๆ อย่าง
ความเข้มแข็งด้าน mental ของผมนั้นเติบโตและนิ่งขึ้นมากจากที่คุณพ่อป่วยใกล้สภาวะเฉียดตาย
การได้กินอยู่ใน รพ นานๆ ทำให้ได้เห็นคนเกิดแก่เจ็บตายมากมาย
ได้เห็นญาติๆ ของพวกเค้าเหล่านั้น ได้เห็นความจริงแท้ของโลกใบนี้อย่างชัดเจนมากขึ้น
ทำให้จิตปลงสังเวช ในสังสารวัฎได้มากขึ้นเรื่อยๆ

ในปีนี้ผมได้มีโอกาสทำบุญ สวดมนต์ นั่งสมาธิและภาวนา มากที่สุดในชิวิตเลยก็ว่าได้
บทสวดมนต์ยาวๆ ต่างๆ ที่คิดว่าชีวิตนี้คงจะท่องไม่ได้แล้ว
ก็สามารถท่องจำจนขึ้นใจได้อย่างน่าประหลาดใจ (ปกติความจำแย่มากๆ)

ผมนี่อยู่ รพ นานถึงขนาดว่า อ่านหนังสือธรรมะบนชั้นวางหนังสือของ รพ เกือบหมดทุกเล่มเลย
ที่ใช้คำว่า เกือบ เพราะมีญาติผู้ป่วยใหม่ๆ เอามาวางไว้ให้ใหม่เรื่อยๆ (ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ)

ซึ่งที่สุดแล้วหนังสือธรรมะ ก็คือ หนังสือการฝึกจิตขั้นสูงสุดที่ดีที่สุด
ไม่มีใครในจักรวาลนี้จะเก่งเรื่องการฝึกจิตเทียบเท่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อีกแล้ว



มี คำกล่าวหรือวลี ที่ผมคิดว่าเหมาะสมเองกับผมในปีนี้ นั่นก็คือ
"สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั่นดีเสมอ"

สรุปว่า ปีนี้ก็เป็นปีที่ดีอีกปีนึงครับ





Saturday, 31 October 2015

Nov 1, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 17 - "ก็ยังคงอยู่ รพ ต่อไป หึหึหึหึหึ"


เดือนนี้ก็ยังคง surprise อีกเช่นเคย
คุณพ่อผมยังไม่ออกจาก รพ ผ่านไปเกือบ 8 เดือนล่ะ
คุณหมอบอกว่าอีก 1-2 วันน่าจะกลับบ้านได้
แต่พูดแบบนี้ทุกวันมาเดือนนึงล่ะ - -'

แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นทุกวัน ว่าพรุ่งนี้คุณพ่อจะกลับบ้านได้อย่างแน่นอน

เดือนหน้าจะไม่มีการเขียนชื่อตอนซ้ำซากแบบนี้อีกล่ะ นี่พูดเลย!



Sunday, 4 October 2015

Oct 4, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 16 - "ก็ยังคงอยู่ รพ ต่อไป หึหึหึหึ"


ตอนนี้ก็ยังคงอยู่ รพ เหมือนเดิม ผ่านไป 7 เดือนแล้วสิ หึหึหึ
ยังไงก็ตาม ตอนนี้เราค้นพบทางออกแล้ว ทุกอย่างกำลังจะผ่านไปได้ด้วยดีล่ะ
คุณพ่อคงพักฟื้นอีกไม่นานก็คงจะออกจาก รพ ได้ในเร็วพลัน

ช่วงเดือนที่ผ่านมา รู้สึกว่าต้องทำงานที่เป็นชิ้นเป็นอันบ้างล่ะ
ก็เลยไปรับงาน Freelance มาอันนึง จากบริษัทที่เคยทำงานตอนเด็กๆ สมัยเป็น Analyst
ก็เป็นงานที่ปรึกษาการเงินที่คุ้นเคย หน้าที่หลักก็คือ run ตัวเลข Financial Model
ตอนได้ทำแรกๆ ก็รู้สึกดีนะ ทำไปทำมาชักเครียด ก็ตามภาระหน้าที่อ่ะนะ

ประกอบกับนอนเฝ้าพ่อติดกันเกือบเดือน ตอนกลางคืนนอนหลับๆ ตื่นๆ ทุก 1 ชม.
ตอนกลางวันก็นั่งทำงาน สุดท้ายร่างกายทนไม่ไหว ป่วยจนได้เป็นไข้หนักเลย 555
ถือว่าเป็นการป่วยครั้งแรกของรอบปีนี้เลย ตอนนี้ก็หายดีล่ะ

เดือนนี้คงจบแค่นี้ หวังว่าเดือนหน้าจะไม่มีคำว่า "ก็ยังคงอยู่ รพ" อีกล่ะนะ 555



Sunday, 6 September 2015

Sep 6, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 15 - "ยังคงอยู่ รพ ต่อไป หึหึหึ"


ช่วงซัก 2 เดือนก่อน คุณพ่อผ่าตัดรอบที่ 2 เสร็จ กลับมาพักที่บ้านได้ล่ะ
ไอ่เราก็คิดว่าคงไม่มีอาไรล่ะ ก็เลยจองทริปไปเที่ยวฉลองแก้เครียดซักหน่อย
เอาแค่พอหอมปากหอมคอ ซัก 3 วันล่ะกัน

ช่วงเดือนก่อนคุณพ่อต้องมาแอดมิดให้ยาฆ่าเชื้ออยู่ที่ รพ
ไอ่เราก็คิดว่าคงไม่มีอาไรล่ะ เพราะโดสยาฆ่าเชื้อให้ครั้งละ 14 วัน
พอครบ 14 วันแรกก็หยุดให้ยา ปรากฎว่าไข้ขึ้นกลับทันที
คุณหมอก็เลยต้องให้ยาฆ่าเชื้อต่ออีกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหาสาเหตุที่แท้จริงพบ

สุดท้ายก็พบสาเหตุจนได้ กลายเป็นว่าต้องผ่าตัดอีกรอบในวันที่จองไปเที่ยวพอดี - -'
จะยกเลิกก็ไม่ได้ จ่ายเงินไปแล้ว เพื่อนๆ ก็นัดไว้แล้ว
เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้เลย เพราะการผ่าตัดใหญ่อีกรอบไม่มีใน choice อยู่แล้ว
เพราะการที่จะให้คุณพ่อต้องผ่าตัดใหญ่อีกเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 6 เดือน
สำหรับคนอายุ 70 กว่านี่มันถือว่าหนักหนามากเลยที่ร่างกายจะรับไหว
ต้องผ่าเปิดหน้าอก เลาะซี่โครงอีกแล้ว อัตราเสี่ยงอยู่ในขั้นสูงสุด...

แต่จะไม่ผ่าก็ไม่ได้อีก

อาไรมันจะแจ็คพ๊อตขนาดนั้น
Worst case แล้วยังมี Worst ของ Worst ได้อีก หึหึหึ

แต่สุดท้ายมันก็จะผ่านไป อีกเช่นเคย...


สรุปว่าคุณพ่อผ่าตัดครั้งที่ 3 สำเร็จไปได้ด้วยดี
ต้องขอขอบคุณทุกๆ ท่านจากใจที่ได้ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือครับ
























สำหรับผลการเดิน 9900 ก้าวต่อวันตลอด 3 เดือน
ก็สรุปว่าจบอันดับที่ 11 ส่วนคุณภิริได้อันดับ 10 เลย จาก 17,000 กว่าคน
2 คนเดินรวมๆ กันก็ประมาณ 2 ล้านก้าวได้
ได้มีส่วนช่วยในการบริจาคจากการเดินการกุศลครั้งนี้ประมาณ 7000 กว่าบาท
เพราะว่าบางวันติดภารกิจอยู่ รพ ก็เดินครบบ้างไม่ครบบ้าง

แถมด้วยทาง รพ ศิริราช SIPH ใจดี ให้เอาแต้มไปแลกของรางวัลได้
เรา 2 คนก็เลยไปแลกตั๋วหนังมาได้ 4 ใบ คูปองกิน MK อีก 200 บาท
แล้วก็ได้คูปองแลกนิตยสารมาอีก 2 ใบ
(จริงมีแต้มเหลือเอาไปแลกโบว์ลิ่งกับคาราโอเกะได้อีก แต่ไม่เอาล่ะ)

นอกจากนั้น ในการเดินครั้งนี้สรุปได้เลยว่าผมและคุณภิรินี่มันสาย Tank ชัดๆ
แข่งกันตลอดว่าใครจะอึดกว่ากัน แต่สุดท้ายผมอยู่ รพ มากกว่า + อุปกรณ์ไม่ค่อยพร้อม
เลยต้องเพลี่ยงพล้ำแพ้คุณภิริในที่สุด (ข้ออ้างชัดๆ 55)

สรุปได้ว่าการเดินครั้งนี้มีประโยชน์จริงๆ เลยครับ อิ่มบุญแล้วยังได้ของแถมมาอีกเยอะเลย ^ ^



Thursday, 13 August 2015

Aug 13, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 14 - "ยังคงอยู่ รพ. หึหึ"

ผ่านไป 8 เดือน ก็ยังคงอยู่ รพ - -'

คุณพ่อแอดมิดเป็นรอบที่เท่า่ไหร่แล้ว จำไม่ได้ล่ะ ขี้เกียจนับ

ชักรู้สึกว่าจะอยู่ รพ นานเกินไปแระ
เวลาอยู่ รพ นานๆ แม้จะนั่งเฝ้าพ่อเป็นหลัก ไม่ได้ทำงานหนัก
แต่รู้สึกเหนื่อยหมดแรง เหมือนโดนดูดพลังชีวิตไปเรื่อยๆ
ถ้าใช้ sense เดาก็คือ รพ มีพลังงานด้านลบมากกว่าด้านบวก เยอะเลย

มีความรู้สึกว่าเราต้องหาวิธีทางหลุดออกจากวงจรนี้ให้ได้

มันต้องมีอะไรซักอย่างที่จะมา click ให้เราหลุดออกไปจากวงจรนี้
ซึ่งตอนนี้เริ่มจะเจอ jigsaw อาไรบางอย่างแล้ว

ตอนนี้ไม่ค่อยมีอาไรจะ update เพราะไม่ค่อยมีอารมณ์ 555
พอร์ตหลักของผมคือ หุ้นไทย ก็ขายหมดพอร์ตไปตั้งแต่เดือน มีนาแล้ว ก็คิดว่าโชคดี เพราะจำเป็นต้องเอาเงินไปลงทุนในธุรกิจใหม่พอดี ประกอบกับคุณพ่อก็อยู่แต่ รพ ก็เลยไม่ได้เทรดเลย

ส่วนพอร์ตทดลอง close system นี่อาการร่อแร่ล่ะ เพราะทำกรอบเทรดน้องทองไว้แค่ $1100 - $1300
ที่จริงแล้วมันไม่ควรจะแย่ เพราะ cashflow ที่ทำได้มันมากมายเป็น buffer เพียงพออยู่แล้ว แต่ที่มันแย่เพราะผมเอากำไรที่ได้ไป bet ฝั่งที่ against USD เกือบหมดเลย ในปริมาณที่เยอะเกินไปมากๆ หลายเท่าเลย โดยที่ไม่ได้แยกพอร์ตใหม่ (จิงๆ แล้วเกลียด USD มากอยากจะแช่งให้มันลง ประกอบกับอยู่ รพ นานๆ เกิดอาการประสาทแ_กเป็นครั้งคราวด้วย เลยหน้ามืดกด bet ใส่มันใหญ่เลย 55)
เด่ว คิดว่ามีเวลาว่าง (เมื่อไหร่???) จะมาเขียนสรุปสิ่งที่ได้ทำลงไป กับข้อผิดพลาดอีกทีครับ


Wednesday, 1 July 2015

Jul 1, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 13 - "ตั้งลำใหม่"


ผ่านไปแล้วครึ่งปี ช่วงนี้ก็ได้แต่สวดมนต์ขอให้คุณพ่อแข็งแรงหายดีไวๆ เราจะได้ปรับตัวเข้าสู่โหมดปกติซักที

ผลงาน Close system เดือนนี้ก็ยังคงสม่ำเสมอพอได้ เนื่องจากปริมาณกระสุนเพิ่มขึ้นเยอะ ก็เลยทำ cashflow ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคิดไรมาก เปิดมือถือจิ้มๆ ไปตามเรื่องตามราวเหมือนเดิม




ส่วน NAV เดือนที่แล้วบอกว่าเน่าเหมือนเดิมถ้าน้องทองยังวิ่งอยู่แถวๆ $1180
ปรากฎว่าเดือนนี้เน่ากว่าเดือนก่อนอีกเพราะน้องทองแกวิ่งลงไปอีกอยู่ที่แถวๆ $1170
ในขณะที่ตระกูลโลหะมีค่าอื่นที่เรากำลังทำ Snowball Long อยู่ก็เทกระจาดเช่นเดียวกัน 555
ช่วงนี้ถือคติว่า ถ้า USD มันเวิ่นเว้อมานานแบบนี้แล้วยัง kill เราไม่ได้ เราก็เทรดเก็บ cashflow เป็น buffer ไปเรื่อยๆ รอมันพลาดพลั้งเมื่อไหร่ก็นั่นแหละตาเรา kill มันมั่ง
เพราะตอนนี้ก้อนหิมะมันใหญ่มากๆ แล้วล่ะ รอกลิ้งทับมันอย่างเดียว

=

ส่วนเดินการกุศลวันละ 9900 ก้าว ตั้งแต่โหลดแอพมาก็เดินไม่ครบ 9900 ก้าวแค่ 2 วัน
คือวันแรกที่เริ่ม กะมีอีกวันที่ไปบริจาคเลือดมา วันนั้นเดินไปแค่ 5000 กว่าก้าวก็รู้สึกว่าหัวใจเริ่มทำงานหนักล่ะ
ไม่ไหว ควรจะหยุดก่อนดีกว่า เด่วได้ตายก่อนที่จะทำความดี 555

มีสรุป Ranking ด้วยนะ แค่เดินครบตามที่กำหนดเกือบทุกวันนี่ได้อันดับ 28 เลยจากหมื่นคน
แหม่! ทำไปได้ (แต่คุณภิริอันดับดีกว่าเราอีก she บ้าพลังบอกจะเอาติด 1 ใน 20 เบย)



ส่วนคนที่เดินไปได้เป็นล้านกว่าก้าวนี่ ทำได้ไงหว่า...




Monday, 22 June 2015

Jun 22, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 12 - "OMG!!!"



ความรู้สึกแรกที่ได้ออกมาจาก รพ ...







หลังจากที่ได้โหลด app เดินการกุศล 9900 ก้าวต่อวัน
วันแรกโหลดมาช้าไปหน่อย ตอนเย็นดันฝนตกอีกก็เลยเดินไม่ครบ ไม่เป็นไรๆ เอาใหม่



หลังจากนั้นทุกวันก็เดินได้ตามเป้า







วินัยกลับมาแล้วเว้ยเฮ้ย!!






ตกเย็นมาเท่านั้นแหละ...
พ่อผมแอดมิดเข้า รพ อีกแระ...




จบ.




Wednesday, 17 June 2015

Jun 17, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 11 - "ชีวิตจงตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ภาค II"


เดือนนี้ก็ยังคง on track อยู่แถว ร.พ. เช่นเคย
ความเดิมจากตอนที่แล้วก็คือ พ่อของผมต้องผ่าตัดใหญ่อีกรอบแบบเดิมครับ ก็คือ มี 2 จุด คราวนี้ต้องผ่าเปิดด้านข้างลำตัว แผลยาวประมาณ 2 คืบกว่าๆ สรุปก็สำเร็จไปได้เรียบร้อยด้วยดีครับ ผมนี่เรียกว่าต้องกินนอนอยู่ใน รพ. กันเลยทีเดียว นอนหลับบนเก้าอี้ติดๆ กันหลายสิบคืน สรุปรอบนี้วนเวียนป้วนเปี้ยนกินนอนอยู่ใน รพ. เกือบ 3 เดือนเลยทีเดียว ก็เลยไม่ค่อยได้ทำไรเป็นชิ้นเป็นอันซักเท่าไหร่ เนื่องจากพื้นที่ไม่อำนวย พวก Notebook นี่ไม่ได้เปิดขึ้นมาสัมผัสเลย

ส่วน Port close system ก็นั่งจิ้มผ่านมือถือไปพลางๆ ฆ่าเวลาได้ดีเลยครับ
ขอ up รวดเดียว 3 เดือนติดเลยล่ะกัน 555



จะเห็นได้ว่า เดือนมีนา ที่คุณพ่อเริ่มเข้า รพ นี่วุ่นจริง ไม่ได้ทำอาไรเลย การเทรดก็ชะงักไปเลย แว๊บนั้นคิดถึง EA หรือ Robot ขึ้นมาทันที แต่ยังเขียน EA ไม่เป็นนี่สิ ต้องแปะเอาไว้ก่อน พอเดือน เมษา ช่วงสงกรานต์ คุณหมอไล่กลับมาพักฟื้นที่บ้านแป๊บนึงก่อนที่จะผ่ารอบ 2 ก็เลยมีช่วงเวลาหายใจนิดหน่อย ก็เลยปั๊ม port ชดเชยส่วนที่ขาดหายไปของเดือนมีนากลับคืนมาได้บ้าง ส่วนเดือน พฤษภา นี่ก็อยู่ รพ เต็มเดือนเลย แต่ว่าพอจะปรับตัวได้บ้างแล้ว ก็เลยจิ้มๆ ไปตามเรื่องประคองตัวมาได้ แต่ว่า comment  ประจำกระสุนกับบัญชีการเทรดนี่ไม่ได้ทำเลยนะ ต้องมาไล่ทำย้อนหลังหมด เพราะวันนี้เพิ่งจะได้เปิดคอมฯ วันแรก ก็มาอัพ blog ก่อนเลย



ส่วน NAV ก็ยังเน่าเหมือนเดิม ตราบใดที่น้องทองยังอยู่แถวๆ $1180 อ่ะนะ
ตอนนี้กระสุนจากเดิมที่เริ่มทำ close system น้องทองมี 20 นัด ตอนนี้แยกร่างออกมากลายเป็น 80 นัดแว้ว กะลังเก็บพวกตระกูลโลหะมีค่าตัวอื่นๆ นอกจากน้องทองเพิ่ม อันได้แก่ XAG, Palladium, Platinum ที่มัน against กะ USD ทั้งหลายนั่นแหละ แล้วก็เทรด Rebalance ค่าเงินไปพลางๆ อีกส่วนหนึ่งแล้วแต่โอกาสจะอำนวยครับ


ช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ คุณพ่อกับคุณแม่ ของผมผ่าตัดใหญ่บริเวณสมองกับหัวใจรวมกัน 5 ครั้งครับ ก็ได้สัมผัสกับ รพ มามากพอสมควร ก็เลยอยากจะเขียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากประสบการณ์นะครับ

  1. ถ้าเกิดการเจ็บป่วยที่รุนแรงเข้าขั้นคอขาดบาดตาย เราต้องกระเสือกกระสนหาแพทย์ที่ดีที่สุดที่เราจะมีปัญญาหามารักษาให้ได้ครับ เพราะถ้าเกิดได้แพทย์ที่ไม่ชำนาญเฉพาะทางด้านนั้นจริงๆ มีสิทธิ์ม่องเท่งสูงมากๆ
  2. สืบเนื่องจาก ข้อที่ 1. แพทย์ที่ดีที่สุด ถ้าอยู่ใน รพ เอกชนที่ดีที่สุด นี่ก็หายห่วงครับ แพงสุดลิ่ม ถ้าเลี่ยงได้ก็ให้ไป รพ รัฐที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้แทนครับ ถ้าหาไม่ได้ ก็ให้ยึดหลักที่ว่า พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาชีวิต ไว้ก่อนครับ เงินทองไม่ตาย ยังหาใหม่ได้ แต่ชีวิตนี่ดับแล้วดับเลยนะครับ ไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้วนะคับ
  3. ถ้าเราหาคุณหมอที่ดีที่สุดแบบกระบี่มือ 1 มาได้แล้ว เราต้องเชื่อใจคุณหมอครับ ยังไงท่านก็เก่งกว่าเราแน่ๆ ใน area นี้ แต่ถ้าหาไม่ได้ คุณต้องสังเกตตัวเองให้ดีให้ได้มากที่สุด เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเราเอง แล้วจึงบรรยายให้แพทย์ท่านได้รับทราบ เค้าจึงจะวินิจฉัยและรักษาโรคได้ทุกต้อง
  4. พึงหลีกเลี่ยงหมอเวรกะ รพ ห่วยๆ (หมอที่อยู่เวรเฉยๆ ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน) ทั้งพ่อผมและตัวผมเอง เคยเจอมาเยอะจนเข็ดแล้วครับ ถ้าเจอหมอเวรกะ รพ ห่วยนี่ นอกจากไม่รู้ว่าเราเป็นอาไรแล้ว ยังโดนยื้อเอาไว้ไม่ได้รักษาด้วย พอหลุดเข้าไปแล้วจะย้ายหนีก็ยาก มีสิทธิ์ม่องเท่งสูง (ขนาดนอนพะงาบๆ แล้วก็ยังไม่เห็นมีใครสนใจ)
  5. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกนี้ คือ ร่างกายและจิตใจของมนุษย์ครับ แต่ใจคือนาย กายคือบ่าว ถึงแม้ว่าอะไรๆ จะดูดีหมด แต่ถ้าใจไม่สู้ก็จบครับ ถึงแม้ว่าร่างกายไม่ดี ผลการรักษาไม่ดีแต่ใจสู้นั้นก็ยังกลับมาได้เสมอ Mental นั้นสำคัญที่สุดเหมือนการเทรดเลย (ถ้าคนไข้กำลังใจไม่ดี ญาติต้องช่วย build ใส่พลังบวกเข้าไปเยอะ), ส่วนร่างกายนั้นถ้าจิตใจดี กินอาหารดี มันสามารถซ่อมแซมตัวเองได้หมดครับ เวลาใครมาพูดอาไรแง่ลบอย่าไปฟัง ไม่ต้องไปเชื่อเค้า
  6. ร่างกายแข็งแรง กินน้ำเปล่ายังอร่อย => พึงรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด ไม่เป็นไรเลยดีที่สุด โรคที่เกิดในปัจจุบันส่วนมากมาจากอาหาร สภาพแวดล้อม และสภาวะจิตใจที่ไม่สมบูรณ์เป็นหลัก ถ้าเป็นไปได้อย่าเป็นมะเร็ง โรคอื่นยังพอดิ้นหาทางรักษาได้ง่ายกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วมะเร็งก็ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ หรอก ถ้ากินแต่ผักผลไม้เยอะๆ สดๆ กินเนื้อสัตว์น้อยๆ เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์กินพืช (ปลูกผักกินเองได้ยิ่งดี)
  7. ช่วงที่ลุ้นรักษาพ่ออยู่ที่ รพ ปรากฎว่ามีเพื่อนคนนึงเค้ามีลูกแล้ว 2 คน ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมตาย ต้องไปงานศพ ไอ่เราก็เฮ้ย! อายุเท่ากรูเด่วนี้เป็นมะเร็งตายแล้วหรอวะเนี่ย เร็วไปมั๊ย!
  8. คนจะตาย ยังไงก็ตายครับ จะเป็นคนดีหรือไม่ดี จะรวยหรือจน เทพเทวดาที่ไหนก็ยื้อไว้ไม่ได้ หน้าที่ของเราคือ ต้องปลง ตัดขันธ์ 5 ทิ้งให้ได้ (ทั้งตัวคนป่วยและญาติ) ที่ดีที่สุดคือ พยายามทำความเพียรให้ถึงที่สุดในขณะที่ร่างกายยังแข็งแรงสมบูรณ์อยู่ (ทั้งตัวคนป่วยและญาติ) => ช่วงเวลาที่ชี้เป็นชี้ตาย สติสำคัญที่สุดครับ ใน moment นั้น อะไรๆ อย่างอื่นมันก็ไม่ค่อยสำคัญซักเท่าไหร่แล้ว
  9. อาชีพหมอ พยาบาล และบุคลากรด้านการแพทย์ที่ทำงานด้วยใจ เป็นอาชีพที่น่ายกย่องมากจริงๆ ครับและขาดแคลนมากด้วย ผมเห็นหมอที่ทำงานทั้งวันทัั้งคืน 7 วัน แทบไม่มีเวลากินนอนมาเยอะเลย เพราะคนไข้เยอะมากจริงๆ คุณพยาบาลที่ช่วยดูแลคนไข้ที่ขยับตัวเองไม่ได้ พูดไม่ได้ คอยเช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ เช็ดตัว ป้อนข้าว ป้อนน้ำป้อนยา ตรวจวัดจดบันทึกนู่นนี่นั่น และยังต้องทำอื่นๆ อีกมากมาย บรรยายไม่หมด T T
  10. โลก คือ กองทุกข์ เราติดอยู่ในสังสารวัฏ ผู้มีปัญญาพึงพิจารณาเพื่อความเบื่อหน่าย และหาทางออก หนทางนั่นมีอยู่แล้วตามที่ตถาคตได้สอนไว้ => "จงเริ่มต้นก้าวเดิน เดินต่อไป จนกว่าจะสุดทาง"

อ่อ เกือบลืม! ถ้าใครว่างและพร้อม อย่าลืมไปช่วยกันบริจาคเลือด และพลาสมา ด้วยนะครับ


ปิดท้าย มาช่วย promote App ของ รพ ศิริราชครับชื่อ SiPH Walk
คือ ถ้าเราเดินได้วันละ 9900 ก้าว จะเท่ากับได้บริจาคเงิน 50 บาท
กำหนดระยะเวลา 3 เดือน ถ้าทำได้ทุกวันก็จะเท่ากับได้บริจาคเงิน 4 พันกว่าบาทเลยทีเดียว
App ดีๆ แบบนี้ win win ครับ ได้ทั้งสุขภาพ ได้ทั้งทำความดี ต้องขอชื่นชมและช่วยกัน promote ครับ


เอ้า! รออาไรกันอยู่เล่า โหลดจิ