Wednesday, 1 July 2015

Jul 1, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 13 - "ตั้งลำใหม่"


ผ่านไปแล้วครึ่งปี ช่วงนี้ก็ได้แต่สวดมนต์ขอให้คุณพ่อแข็งแรงหายดีไวๆ เราจะได้ปรับตัวเข้าสู่โหมดปกติซักที

ผลงาน Close system เดือนนี้ก็ยังคงสม่ำเสมอพอได้ เนื่องจากปริมาณกระสุนเพิ่มขึ้นเยอะ ก็เลยทำ cashflow ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคิดไรมาก เปิดมือถือจิ้มๆ ไปตามเรื่องตามราวเหมือนเดิม




ส่วน NAV เดือนที่แล้วบอกว่าเน่าเหมือนเดิมถ้าน้องทองยังวิ่งอยู่แถวๆ $1180
ปรากฎว่าเดือนนี้เน่ากว่าเดือนก่อนอีกเพราะน้องทองแกวิ่งลงไปอีกอยู่ที่แถวๆ $1170
ในขณะที่ตระกูลโลหะมีค่าอื่นที่เรากำลังทำ Snowball Long อยู่ก็เทกระจาดเช่นเดียวกัน 555
ช่วงนี้ถือคติว่า ถ้า USD มันเวิ่นเว้อมานานแบบนี้แล้วยัง kill เราไม่ได้ เราก็เทรดเก็บ cashflow เป็น buffer ไปเรื่อยๆ รอมันพลาดพลั้งเมื่อไหร่ก็นั่นแหละตาเรา kill มันมั่ง
เพราะตอนนี้ก้อนหิมะมันใหญ่มากๆ แล้วล่ะ รอกลิ้งทับมันอย่างเดียว

=

ส่วนเดินการกุศลวันละ 9900 ก้าว ตั้งแต่โหลดแอพมาก็เดินไม่ครบ 9900 ก้าวแค่ 2 วัน
คือวันแรกที่เริ่ม กะมีอีกวันที่ไปบริจาคเลือดมา วันนั้นเดินไปแค่ 5000 กว่าก้าวก็รู้สึกว่าหัวใจเริ่มทำงานหนักล่ะ
ไม่ไหว ควรจะหยุดก่อนดีกว่า เด่วได้ตายก่อนที่จะทำความดี 555

มีสรุป Ranking ด้วยนะ แค่เดินครบตามที่กำหนดเกือบทุกวันนี่ได้อันดับ 28 เลยจากหมื่นคน
แหม่! ทำไปได้ (แต่คุณภิริอันดับดีกว่าเราอีก she บ้าพลังบอกจะเอาติด 1 ใน 20 เบย)



ส่วนคนที่เดินไปได้เป็นล้านกว่าก้าวนี่ ทำได้ไงหว่า...




Monday, 22 June 2015

Jun 22, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 12 - "OMG!!!"



ความรู้สึกแรกที่ได้ออกมาจาก รพ ...







หลังจากที่ได้โหลด app เดินการกุศล 9900 ก้าวต่อวัน
วันแรกโหลดมาช้าไปหน่อย ตอนเย็นดันฝนตกอีกก็เลยเดินไม่ครบ ไม่เป็นไรๆ เอาใหม่



หลังจากนั้นทุกวันก็เดินได้ตามเป้า







วินัยกลับมาแล้วเว้ยเฮ้ย!!






ตกเย็นมาเท่านั้นแหละ...
พ่อผมแอดมิดเข้า รพ อีกแระ...




จบ.




Wednesday, 17 June 2015

Jun 17, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 11 - "ชีวิตจงตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ภาค II"


เดือนนี้ก็ยังคง on track อยู่แถว ร.พ. เช่นเคย
ความเดิมจากตอนที่แล้วก็คือ พ่อของผมต้องผ่าตัดใหญ่อีกรอบแบบเดิมครับ ก็คือ มี 2 จุด คราวนี้ต้องผ่าเปิดด้านข้างลำตัว แผลยาวประมาณ 2 คืบกว่าๆ สรุปก็สำเร็จไปได้เรียบร้อยด้วยดีครับ ผมนี่เรียกว่าต้องกินนอนอยู่ใน รพ. กันเลยทีเดียว นอนหลับบนเก้าอี้ติดๆ กันหลายสิบคืน สรุปรอบนี้วนเวียนป้วนเปี้ยนกินนอนอยู่ใน รพ. เกือบ 3 เดือนเลยทีเดียว ก็เลยไม่ค่อยได้ทำไรเป็นชิ้นเป็นอันซักเท่าไหร่ เนื่องจากพื้นที่ไม่อำนวย พวก Notebook นี่ไม่ได้เปิดขึ้นมาสัมผัสเลย

ส่วน Port close system ก็นั่งจิ้มผ่านมือถือไปพลางๆ ฆ่าเวลาได้ดีเลยครับ
ขอ up รวดเดียว 3 เดือนติดเลยล่ะกัน 555



จะเห็นได้ว่า เดือนมีนา ที่คุณพ่อเริ่มเข้า รพ นี่วุ่นจริง ไม่ได้ทำอาไรเลย การเทรดก็ชะงักไปเลย แว๊บนั้นคิดถึง EA หรือ Robot ขึ้นมาทันที แต่ยังเขียน EA ไม่เป็นนี่สิ ต้องแปะเอาไว้ก่อน พอเดือน เมษา ช่วงสงกรานต์ คุณหมอไล่กลับมาพักฟื้นที่บ้านแป๊บนึงก่อนที่จะผ่ารอบ 2 ก็เลยมีช่วงเวลาหายใจนิดหน่อย ก็เลยปั๊ม port ชดเชยส่วนที่ขาดหายไปของเดือนมีนากลับคืนมาได้บ้าง ส่วนเดือน พฤษภา นี่ก็อยู่ รพ เต็มเดือนเลย แต่ว่าพอจะปรับตัวได้บ้างแล้ว ก็เลยจิ้มๆ ไปตามเรื่องประคองตัวมาได้ แต่ว่า comment  ประจำกระสุนกับบัญชีการเทรดนี่ไม่ได้ทำเลยนะ ต้องมาไล่ทำย้อนหลังหมด เพราะวันนี้เพิ่งจะได้เปิดคอมฯ วันแรก ก็มาอัพ blog ก่อนเลย



ส่วน NAV ก็ยังเน่าเหมือนเดิม ตราบใดที่น้องทองยังอยู่แถวๆ $1180 อ่ะนะ
ตอนนี้กระสุนจากเดิมที่เริ่มทำ close system น้องทองมี 20 นัด ตอนนี้แยกร่างออกมากลายเป็น 80 นัดแว้ว กะลังเก็บพวกตระกูลโลหะมีค่าตัวอื่นๆ นอกจากน้องทองเพิ่ม อันได้แก่ XAG, Palladium, Platinum ที่มัน against กะ USD ทั้งหลายนั่นแหละ แล้วก็เทรด Rebalance ค่าเงินไปพลางๆ อีกส่วนหนึ่งแล้วแต่โอกาสจะอำนวยครับ


ช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ คุณพ่อกับคุณแม่ ของผมผ่าตัดใหญ่บริเวณสมองกับหัวใจรวมกัน 5 ครั้งครับ ก็ได้สัมผัสกับ รพ มามากพอสมควร ก็เลยอยากจะเขียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากประสบการณ์นะครับ

  1. ถ้าเกิดการเจ็บป่วยที่รุนแรงเข้าขั้นคอขาดบาดตาย เราต้องกระเสือกกระสนหาแพทย์ที่ดีที่สุดที่เราจะมีปัญญาหามารักษาให้ได้ครับ เพราะถ้าเกิดได้แพทย์ที่ไม่ชำนาญเฉพาะทางด้านนั้นจริงๆ มีสิทธิ์ม่องเท่งสูงมากๆ
  2. สืบเนื่องจาก ข้อที่ 1. แพทย์ที่ดีที่สุด ถ้าอยู่ใน รพ เอกชนที่ดีที่สุด นี่ก็หายห่วงครับ แพงสุดลิ่ม ถ้าเลี่ยงได้ก็ให้ไป รพ รัฐที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้แทนครับ ถ้าหาไม่ได้ ก็ให้ยึดหลักที่ว่า พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาชีวิต ไว้ก่อนครับ เงินทองไม่ตาย ยังหาใหม่ได้ แต่ชีวิตนี่ดับแล้วดับเลยนะครับ ไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้วนะคับ
  3. ถ้าเราหาคุณหมอที่ดีที่สุดแบบกระบี่มือ 1 มาได้แล้ว เราต้องเชื่อใจคุณหมอครับ ยังไงท่านก็เก่งกว่าเราแน่ๆ ใน area นี้ แต่ถ้าหาไม่ได้ คุณต้องสังเกตตัวเองให้ดีให้ได้มากที่สุด เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเราเอง แล้วจึงบรรยายให้แพทย์ท่านได้รับทราบ เค้าจึงจะวินิจฉัยและรักษาโรคได้ทุกต้อง
  4. พึงหลีกเลี่ยงหมอเวรกะ รพ ห่วยๆ (หมอที่อยู่เวรเฉยๆ ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน) ทั้งพ่อผมและตัวผมเอง เคยเจอมาเยอะจนเข็ดแล้วครับ ถ้าเจอหมอเวรกะ รพ ห่วยนี่ นอกจากไม่รู้ว่าเราเป็นอาไรแล้ว ยังโดนยื้อเอาไว้ไม่ได้รักษาด้วย พอหลุดเข้าไปแล้วจะย้ายหนีก็ยาก มีสิทธิ์ม่องเท่งสูง (ขนาดนอนพะงาบๆ แล้วก็ยังไม่เห็นมีใครสนใจ)
  5. สิ่งมหัศจรรย์ของโลกนี้ คือ ร่างกายและจิตใจของมนุษย์ครับ แต่ใจคือนาย กายคือบ่าว ถึงแม้ว่าอะไรๆ จะดูดีหมด แต่ถ้าใจไม่สู้ก็จบครับ ถึงแม้ว่าร่างกายไม่ดี ผลการรักษาไม่ดีแต่ใจสู้นั้นก็ยังกลับมาได้เสมอ Mental นั้นสำคัญที่สุดเหมือนการเทรดเลย (ถ้าคนไข้กำลังใจไม่ดี ญาติต้องช่วย build ใส่พลังบวกเข้าไปเยอะ), ส่วนร่างกายนั้นถ้าจิตใจดี กินอาหารดี มันสามารถซ่อมแซมตัวเองได้หมดครับ เวลาใครมาพูดอาไรแง่ลบอย่าไปฟัง ไม่ต้องไปเชื่อเค้า
  6. ร่างกายแข็งแรง กินน้ำเปล่ายังอร่อย => พึงรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด ไม่เป็นไรเลยดีที่สุด โรคที่เกิดในปัจจุบันส่วนมากมาจากอาหาร สภาพแวดล้อม และสภาวะจิตใจที่ไม่สมบูรณ์เป็นหลัก ถ้าเป็นไปได้อย่าเป็นมะเร็ง โรคอื่นยังพอดิ้นหาทางรักษาได้ง่ายกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วมะเร็งก็ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ หรอก ถ้ากินแต่ผักผลไม้เยอะๆ สดๆ กินเนื้อสัตว์น้อยๆ เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์กินพืช (ปลูกผักกินเองได้ยิ่งดี)
  7. ช่วงที่ลุ้นรักษาพ่ออยู่ที่ รพ ปรากฎว่ามีเพื่อนคนนึงเค้ามีลูกแล้ว 2 คน ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมตาย ต้องไปงานศพ ไอ่เราก็เฮ้ย! อายุเท่ากรูเด่วนี้เป็นมะเร็งตายแล้วหรอวะเนี่ย เร็วไปมั๊ย!
  8. คนจะตาย ยังไงก็ตายครับ จะเป็นคนดีหรือไม่ดี จะรวยหรือจน เทพเทวดาที่ไหนก็ยื้อไว้ไม่ได้ หน้าที่ของเราคือ ต้องปลง ตัดขันธ์ 5 ทิ้งให้ได้ (ทั้งตัวคนป่วยและญาติ) ที่ดีที่สุดคือ พยายามทำความเพียรให้ถึงที่สุดในขณะที่ร่างกายยังแข็งแรงสมบูรณ์อยู่ (ทั้งตัวคนป่วยและญาติ) => ช่วงเวลาที่ชี้เป็นชี้ตาย สติสำคัญที่สุดครับ ใน moment นั้น อะไรๆ อย่างอื่นมันก็ไม่ค่อยสำคัญซักเท่าไหร่แล้ว
  9. อาชีพหมอ พยาบาล และบุคลากรด้านการแพทย์ที่ทำงานด้วยใจ เป็นอาชีพที่น่ายกย่องมากจริงๆ ครับและขาดแคลนมากด้วย ผมเห็นหมอที่ทำงานทั้งวันทัั้งคืน 7 วัน แทบไม่มีเวลากินนอนมาเยอะเลย เพราะคนไข้เยอะมากจริงๆ คุณพยาบาลที่ช่วยดูแลคนไข้ที่ขยับตัวเองไม่ได้ พูดไม่ได้ คอยเช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ เช็ดตัว ป้อนข้าว ป้อนน้ำป้อนยา ตรวจวัดจดบันทึกนู่นนี่นั่น และยังต้องทำอื่นๆ อีกมากมาย บรรยายไม่หมด T T
  10. โลก คือ กองทุกข์ เราติดอยู่ในสังสารวัฏ ผู้มีปัญญาพึงพิจารณาเพื่อความเบื่อหน่าย และหาทางออก หนทางนั่นมีอยู่แล้วตามที่ตถาคตได้สอนไว้ => "จงเริ่มต้นก้าวเดิน เดินต่อไป จนกว่าจะสุดทาง"

อ่อ เกือบลืม! ถ้าใครว่างและพร้อม อย่าลืมไปช่วยกันบริจาคเลือด และพลาสมา ด้วยนะครับ


ปิดท้าย มาช่วย promote App ของ รพ ศิริราชครับชื่อ SiPH Walk
คือ ถ้าเราเดินได้วันละ 9900 ก้าว จะเท่ากับได้บริจาคเงิน 50 บาท
กำหนดระยะเวลา 3 เดือน ถ้าทำได้ทุกวันก็จะเท่ากับได้บริจาคเงิน 4 พันกว่าบาทเลยทีเดียว
App ดีๆ แบบนี้ win win ครับ ได้ทั้งสุขภาพ ได้ทั้งทำความดี ต้องขอชื่นชมและช่วยกัน promote ครับ


เอ้า! รออาไรกันอยู่เล่า โหลดจิ




Monday, 6 April 2015

Apr 6, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 10 - "ชีวิตจงตั้งอยู่ในความไม่ประมาท"


ปัจฉิมโอวาท 
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ"
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันว่าสังขารทั้งหลาย ย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตน และประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด 


เดือนที่ผ่านมามีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกแล้ว (นะ)
ตอนแรกตั้งใจจะ clear ภารกิจ ธุรกิจอาไรที่ติดค้างใน กทม. ให้หมดภายในเดือนมีนา
แล้วก็จะขนของย้ายไปอยู่ ตจว. ล่ะ ก่อนจะไปก็เลยว่าจะไปเที่ยวเมืองนอกทั้งครอบครัวทิ้งทวนซะหน่อย

วางแผนมานาน เพราะว่ากว่าจะว่างพร้อมกันทั้งครอบครัวนี่ยากมาก รอมาหลายปี
ก็จองตั๋วเครื่องบิน กะ โรงแรม ไว้หมดแล้วล่ะ
พอใกล้วันจะเดินทางเท่านั้นแหละ คุณพ่อก็ดันป่วยกระทันหัน
ตอนแรกไปตรวจเช็คดูก็เป็นแค่เลือดออกในกระเพาะ แต่เป็นเพราะว่าเคยผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
เลยต้องกินยาละลายลิ่มเลือด ซึ่ง side effect ของยาตัวนี้คือ จะทำให้เวลามีเลือดออกแล้ว เลือดจะไหลไม่หยุด เลือดในกระเพาะก็เุลยไหลเป็นน้ำเลย (ก่อนหน้านี้เคยเป็นแบบนี้ที่สมอง ก็ต้องผ่าตัดสมองด้วยอีกครั้งนึง) แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ พอคุณหมอที่ดูเรื่องโรคหัวใจมาช่วยดูอาการเท่านั้นแหละ ก็ปรากฎว่าไปเจอเส้นเลือดที่ออกจากหัวใจไปเลี้ยงสมองปริแตกออกมากำลังจะระเบิดอยู่แล้วพอดี!!! ปกติเส้นเลือดนี้มันจะมีขนาดประมาณ 3 ซม. แต่ตอนนี้มันใหญ่ขนาด 7-9 ซม. แล้ว ซึ่งหมอบอกว่าเส้นเลือดแบบนี้มันพร้อมระเบิดตลอดเวลา อยู่รอดได้ไม่เกิน 48 ชม. ค่าใช้จ่ายในการผ่าอยู่ที่ประมาณ 2-2.5 ล้าน จะผ่าเลยมั๊ย!! ผ่าแล้วก็ไม่รับรองผลด้วยนะ
ช่วงนี้เป็นช่วงวัดใจมากๆ ทุกวินาที ขึ้นอยู่กับความเป็นความตายของคุณพ่อเลยทีเดียว

...ขี้เกียจพิมพ์ล่ะ สรุปเลยล่ะกัน ว่าเดือนที่แล้วทั้งเดือนแทบจะไม่ได้เทรดเลย ชีวิตยุ่งวุ่นวายไปหมด ต้อง handle หลายอย่างพร้อมกัน วิ่งเข้าวิ่งออกหลาย รพ. และต้องอยู่ รพ. ทุกวันเช้ายันมืดเกือบทั้งเดือนเลย ก็เลยต้องขอยกยอดการ update ทั้งหลายทั้งปวงไปเดือนหน้าเลยล่ะกัน

สรุปว่า คุณพ่อผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยดีแล้วครับ ผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเลือดไปทั้งยวงเลย ใช้เวลาผ่าเกือบ 10 ชม. หลังผ่าแล้วต้องพักฟื้นใน ICU อีกเกือบ 10 วัน ออกมาพักใน CCU อยู่อีก 2 วัน ตอนนี้ก็มาพักฟื้นห้องธรรมดาล่ะอีกประมาณไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็จะกลับบ้านได้ครับ


เดือนที่ผ่านมา วิชาธรรมะ ช่วยไว้ได้มากที่สุด คือ เราต้องมีสติอยู่กับปัจจุบันเลยจริงๆ วัดกันทีละวิต่อวิไปเรื่อยๆ โดยมีความคิดจรเข้าแทรกโจมตีเป็นระยะๆ ทั้งช่วงก่อนผ่า ขณะผ่า และหลังผ่า ซึ่งกินระยะเวลายาวนานมากกว่าจะข้ามไปแต่ละคืนแต่ละวัน มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายจริงๆ ในเดือนนี้ แต่เราก็ต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุดโดยมีสติเป็นตัวประคอง การทำบุญ สวดมนต์ อ่านหนังสือธรรมะ รักษาศีล นั่งสมาธิ เจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และแผ่เมตตา ช่วยให้จิตใจนิ่งและความทุกข์ลดลงได้มากเลยครับ

บทสรุปสุดท้าย ก็คือ "จงดำเนินชีวิตให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท" ครับ






Sunday, 1 March 2015

Mar 1, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 9 - "เริ่มมีเวลามากขึ้น"

เดือนนี้เริ่ม clear งานติดพันเก่าๆ ออกไปได้เกือบหมดล่ะ แล้วก็เริ่มไป focus ทำธุรกิจใหม่ๆ เบาๆ ดูบ้าง อย่างพวกขายของ online (จริงๆ ก็ทำมาซักพักแล้วล่ะนะ)  ก็สนุกดีไปอีกแบบนึงนะ คือ ไม่ต้องใช้พลังงานมากอย่างพวกงาน service และไม่ต้องปวดหัวเรื่องลูกจ้าง
คือ Trend โลกมันก็เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราก็ต้องปรับตัวตามไป ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี่สังเกตได้เลยเวลาไปส่งไปรษณีย์นี่จะเจอคนแบกของกันมาส่งเป็นกระสอบๆ ใส่รถเข็นกันมาเลย ต่อคิวกันยาวเหยียด และมันจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยนะ เด่วนี้ซื้อของขายของผ่าน IG, Line, FB กันเพลินเลย

คือ จิงๆ จะบอกว่างานข้างบนนี่เป็นงานหลักของคุณภิริเค้า
แต่ผลงานการเทรดเดือนที่ 9 ก็ยังไปได้ด้วยดีเหมือนเช่นเคย


















เดือนนี้เธอก็ยังคงทำ cashflow ได้ new high อีกเช่นเคย สุโค่ยจิงๆ ส่วน NAV ก็ยัง Balance ได้สวยงาม
ตอนนี้ใจจริงอยากจะให้เอากำไรมาเริ่ม bet แล้ว (เพิ่มอาวุธโจมตี & เพิ่ม damage) + ซื้อ option (เพิ่มเกราะ) แต่ก็ยังไม่ได้เปิด port สำหรับเทรด future ให้เธอเลย ก็คงต้องไปผลัดก่อนอีกเช่นเคย 55


กลับมาดู Port close system น้องทองกันบ้าง
































ตั้งแต่ปีใหม่มา เริ่มมีเวลาเทรดมากขึ้น ตอนไหนว่างก็มานั่งจิ้มๆ ได้ ก็เลยทำ cashflow ได้เยอะขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ cashflow ของเดือนนี้ส่วนมากมาจากกระสุนที่กำเนิดใหม่ซะส่วนมาก ไม่ได้มาจาก close system ของน้องทองซักเท่าไหร่ เพราะน้องทองเล่นลงอย่างเดียวซะเยอะเลย

NAV ยังอยู่ต่ำกว่า Balance เพราะน้องทองลงมาแรง 100$ เลยทีเดียวเดือนนี้ เรียกได้ว่า ขึ้นสุดลงสุด
สำหรับตอนนี้ cashflow ที่ทำได้จากน้องทอง สามารถนำมาสร้างเป็นกระสุนใหม่ได้แล้วดังนี้ คือ

1. กระสุนสำหรับ close system สำหรับเทรดน้อง oil ได้ 4 นัด (คำนวณ MDR ที่ 20$)
2. กระสุนสำหรับ Rebalancing เอาไว้ยิง Fx สกุลที่ against กับ USD ได้อีก 4 นัด (Port เราเป็น USD)
    คราวนี้จะเน้น Rebalancing ตาม Purchasing Power จริงๆ แระ (ไม่เปรี้ยวล่ะ เด่ว จะมั่วไปกันใหญ่ 55)
3. กระสุนสำหรับ Day trade แตกออกมาได้อีก 6 นัด (จริงๆ แล้วไม่จำกัดจำนวนนัด จำกัดที่งบแทน)

สำหรับผลการ Day trade หรือ การเอากำไรไป Bet (มาจาก cashflow 30% ที่ทำได้จาก close system ในแต่ละเดือน) มีดังนี้

เดือนที่ 1 คือ เดือน ธ.ค. แห่งความยุ่งเหยิง ไม่ค่อยมีเวลาดู และต้องไป ตจว.อีกเกือบครึ่งเดือน => ยิงไปได้แค่ 3 นัด ก็โดนกิน Stop loss จนหมดงบที่ได้มา สรุปว่ายิงผิดหมดเลย เรียกได้ว่า โง่เง่าเต่าตุ่น 555

เดือนที่ 2 คือ เดือน ม.ค. เริ่มมีเวลามากขึ้นนิดหน่อย ยิงไปได้ 10 นัด ถูก 8 ผิด 2 ได้กำไรรวม 1R ของงบที่ได้มา Bet (คือ งบที่ได้มาก็ยังอยู่ครบนะ แล้วก็ได้กำไรเพิ่มขึ้นมาอีก 1 เท่า)

เดือนที่ 3 คือ เดือน ก.พ. นี้ล่ะ เริ่มมีเวลามากขึ้นชัดเจน อาจจะเริ่มเคาะสนิมออกไปได้บ้าง เดือนนี้เลยยิงไป 65 นัด ถูก 58 ผิด 7 ได้กำไรรวม 2.5R ของงบที่ได้มา Bet (จริงๆ นี่ยิงรัวยิกเลยนะ แต่ส่วนมากจะเป็นกระสุนนัดเล็กๆ เน้นยิง scalp แบบสั้นกริ๊บมากกว่า เพราะถ้าเอากระสุนทั้งหมดมามัดรวมกันยิงแบบเน้นเก็บระยะถูกทีเดียวก็ได้ล่ะ 3-4R แต่ว่าถ้าผิดทีเดียวก็โดนกินหมดเลย ก็เลยไม่เอาดีก่า เพราะจริงๆ งบที่ได้มามันน้อยด้วยแหละ ทำให้ระยะ SL ยังน้อยไปทน swing ไม่ได้ mental ก็จะไม่ค่อยดี มีโอกาสโดนกินได้ง่าย
=> ตอนนี้ยังรู้สึกว่ายิงนัดเล็กๆ แล้ว mental สมบูรณ์กว่า เพราะยิงนัดใหญ่ทีไร โดนกินทุกที ทั้งๆ ที่ยิงนัดเล็กๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาอาไร แค่เปลี่ยน size ความแม่นก็เปลี่ยนได้ 55
=> สรุปเดือนนี้เลยกะว่ายิงสะสมเอา cashflow ไปก่อน เด่วเดือนหน้าจะเอากำไรที่ได้จากกำไรของกำไรเดือนนี้อีกทีแบ่งมาเพิ่มเกราะเพื่อจะไป kill boss ล่ะ หึหึหึ


Sunday, 15 February 2015

***Feb 15, 2015 - คุณรู้อาไรเกี่ยวกับการเทรดบ้าง ตอนที่ 48


ว่าด้วย "กลยุทธ์แห่ง LANCHESTER" ตอนที่ 1 (เกริ่นก่อน)


"ในระบบทุนนิยม: ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบ ก็ต้องยอมรับว่า "การต่อสู้" มีอยู่เสมอ"

"Blue ocean คือ ตลาดที่เราเก็บของถูกๆ อยู่ คนก็ยังไม่แย่งกัน แต่ถ้า return เริ่มสูงขึ้นเมื่อไหร่ แค่เพียงชั่วอึดใจเดียว มันจะกลายเป็น Red ocean => เข้าโหมดต่อสู้"

"โดยตราบเท่าที่ต้อง "ต่อสู้" มีทางเดียว คือ "ต้องชนะ" เท่านั้น หรือ ถ้าจะต้องต่อสู้ก็อยากจะเป็นฝ่ายชนะ ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายแพ้"


"กฏของ LANCHESTER หรือ กฎการประเมินความเสียหายของกำลังพลจากการสู้รบ : มาจากการรวบรวมข้อมูลผลการรบที่เกิดขึ้นในสนามรบต่างๆ แล้วนำมาเชิงสถิติว่า "กำลังพล/สมรรถนะของอาวุธ" กับ "ปริมาณความเสียหาย (Damage)"นั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร"

"กฏของ LANCHESTER ค้นพบว่า "จำนวนกำลังพลกับสมรรถนะของอาวุธเป็นปัจจัยที่ชี้ขาดปริมาณความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกองทัพข้าศึก"


"กลยุทธ์ หมายถึง ทางเลือกที่สามารถนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของเรา
                            และการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมที่สุด"

"ยุทธวิธี หมายถึง วิธีปฎิบัติให้ทางเลือกกลยุทธ์เกิดขึ้นได้จริง"



"คู่แข่งมีเพียงแค่ 2 ประเภทเท่านั้น คือ "ผู้นำ" กับ "มือรอง""

"พึงตระหนักไว้ว่า นอกจาก "เบอร์หนึ่ง (1%)" แล้วทุกคนล้วนเป็น "มือรอง (99%)" ทั้งสิ้น"



"ในยุคที่การแข่งขันรุนแรงดุเดือด มีทางให้เลือกแค่ ไม่ "ชนะ" ก็ "แพ้", ดังนั้นเราควรจะต้องรู้จัก "วิธีการต่อสู้"
  กับ "วิธีเอาชนะคู่ต่อสู้" เอาไว้"

"วิธีเอาชนะคู่ต่อสู้มีกฎของมันอยู่ คือ
   1. ฝึกทักษะการเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยตัวเอง
   2. เลือก "สนามรบ" ให้ถูกที่ แม้จะต้องต่อสู้กับ "ผู้นำ" ก็สามารถเอาชนะได้ไม่ยาก"




เรียบเรียงจากหนังสือ: กลยุทธ์ Lanchester ยุทธการล้มเบอร์หนึ่งของมือรอง


ทางลัดไปตอนที่ 2
http://crazygoatgod.blogspot.com/2016/02/jul-4-2015-49.html



Sunday, 1 February 2015

Feb 1, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 8 - "ทบทวนน้องทอง"


ช่วงนี้เริ่ม clear งานเก่าๆ ที่ติดพันอยู่ออกไปได้เยอะเกือบหมดแระ เริ่มรู้สึกเบาตัวขึ้นเยอะ

เริ่มต้นก็ต้องมาดูที่ stat คุณภิริ เดือนที่ 8 กันก่อน

 

ผลงานของเธอก็ยังดีวันดีคืน ทุกๆ เดือนก็ทำ Cashflow ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ 555
ผู้ถือหุ้นดูแล้วพอใจในผลงานของเธอมาก เลยคาดว่าจะเพิ่มทุนให้อีก 100% แต่จะ inject เมื่อไหร่ดีล่ะ?
เด่ว รอ clear งานเก่าๆ หมดล่ะ จะรื้อแผนการเทรดใหม่หมดล่ะ เริ่มเพิ่มระดับความมันส์ขึ้นอีกจะดีกว่า
(จนถึงเดือนนี้ยังไม่มีเวลาเอากำไรไป Bet ต่อเลย T T)


กลับมาดู Port close system น้องทองกันต่อ

สืบเนื่องจากตอน ***Aug 9, 2014 - "เงินทองคือมายา ข้าวปลาสิของจริง"

http://crazygoatgod.blogspot.com/2014/08/aug-9-2014.html


ที่เราได้ทำการบ้านเพื่อจะซื้อทองแท่งไปคราวก่อน เพราะได้กลิ่นทแม่งๆ ของสงคราม
จึงได้เกิด Trading Scenario ของน้องทองขึ้นมา ซึ่งก็มีแค่ 2 อย่างอ่ะนะ ไม่ขึ้นก็ลง 555
ตอนนี้ก็ขึ้นปีใหม่ล่ะ ก็ต้องเอาของเก่าๆ มาทบทวนดูบ้างว่าคิดถูกคิดผิดยังไง


สรุปตามรูปที่เดาเอาในอดีต พอ update ข้อมูลจนถึงปัจจุบันแล้วน้องทอง เลือกทาง "ลง" ก่อนนะครับ เจ้าเลือกที่จะทุบให้เม่าอ๊วก คายของกลับออกมาให้เจ้ามือก่อน พอเก็บของได้ครบแล้วค่อยลากขึ้น ซึ่งระหว่างทางก็ต้อง "เขย่าๆๆ" ตลอดทางเหมือนเดิม (ซึ่งยิ่งสวิงแรงก็ยิ่งดีนะครับ อุอุ)

เนื่องจากว่าเราไม่สามารถทำนายอนาคตได้ เราจึงทำได้แค่วางแผนและปิดความเสี่ยง ซึ่งกลยุทธ์ที่เราควรจะคิดให้ออกก็คือ ทำยังไงให้ win-win ตลอดกาล เช่น ถ้าเราซื้อทองคำแท่งแล้วมันราคาขึ้นเลยก็แปลว่าเราโชคดีเดาถูก แต่ถ้าซื้อแล้วมันลงจะทำยังไงต่อดีล่ะ มันจึงต้องเกิด Model รองรับความเสี่ยงตรงนี้ขึ้นมาเพื่อไม่ให้เสียโอกาส
ดังนั้นชุดความคิดทั้งหมดนี้ก็คือ การซื้อทองคำแท่งจะถือเป็น Alpha ส่วน Port Close system ของน้องทองนี้คือการ Rebalancing ของทองคำแท่ง (Alpha) นั่นเอง => จุดที่พลาดจริงๆ รอบนี้ ก็คือ รีบซื้อทองแท่งไปหน่อยก็เลยยังได้ราคาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ รู้งี้ไปรอซื้อแถวๆ 1150$ ดีกว่า (ก็ใครมันจะไปรู้เล่า เด่ว! ปั๊ดเลย) คือ ใจจริงแล้วผมกลัวสงครามอ่ะนะ ก็เลยรีบซื้อกลัวว่าทองมันจะพุ่งขึ้น แต่ปรากฎว่ามันพุ่งลงแทน 555 (T T)



 ซึ่งถ้าดูจากตำแหน่งการยิงในภาพก็จะรู้ได้เลยว่า พอผมซื้อทองแท่งปุ๊บ ราคาแม่_ก็ลงอย่างเดียวเลยไม่มียั้ง (คือ เดาผิดหมดเลยว่างั้นเถอะ 55) ดังนั้น Port Close system ผมจึงต้องทำงานหนัก คือ ก็รับทุกราคาเลยอ่ะนะ ใจจริงก็อยากจะแค่ trading กิน cashflow ไปเรื่อยๆ ตามโซน ก็คือพยายามจะยิงไม่ให้กระสุนติด แล้วกะจะเอากระสุนทั้งหมดไปยิงรวบโซนแถวๆ 1150$ อีกเหมือนกัน (ก็ใครมันจะไปรู้เล่า ปัทโธ่ว์ เด่ว! ปั๊ดเลย) แต่ในทางปฏิบัติปรากฎว่าพอยิงแล้วปล่อยเก็บ cashflow พอยิงใหม่ก็ติดอีกอ่ะนะ หนีไม่ทัน ก็อย่างว่า เวลาอยู่ผิดทางกระสุนจะติดง่ายหลุดยาก 555




ซึ่งพอดู stat ก็จะเห็นได้เลยว่าช่วงแรก Drawdown หนัก แต่ ณ วันปัจจุบัน (30 Jan 2015) ราคาน้องทองกลับมาเกือบจะถึงราคาเดิมตอนซื้อทองแท่งแระ จึงทำให้ NAV กลับมาแดนบวกได้เหมือนเดิมพร้อม Cashflow อีก (เยอะ) เลย เพราะว่า port นี้ใช้ leverage (สูง) และคำนวณจำนวนกระสุนตาม Maximum downside risk ที่ประเมินไว้ว่าจะไม่หลุด 1100$ ครับ

สรุปว่าผ่านไปหลายเดือนถ้า buy & hold ทองคำแท่งเอาไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้อาไรนะครับ แต่ถ้าเอาเศษเงินที่เหลือๆ จากการที่เรายังไม่สามารถซื้อทองคำแท่งต่อไปยังไม่ได้เต็มๆ แท่งก็เอามาเปิด close system เทรดกิน cashflow ไปพลางๆ ก่อนได้ (คือ ถึงแม้ว่าเราจะเดาผิดหมดเลย แต่ถ้าเราวางแผนวางกลยุทธ์รองรับเอาไว้ มันก็ยังไม่เสียโอกาสนะครับ) ซึ่งพอเราเทรดได้ cashflow มาเยอะๆ ก็สามารถสะสมเอาไปซื้อทองคำแท่งใหม่ได้อีกเรื่อยๆ

Win-Win Strategy แบบง่าย จบล่ะคับ => Model นี้ถือว่าเป็น Gold Machine ขนาดย่อมๆ ได้เลยทีเดียว ^0^

(ขอเป็นอีก 1 แรงในการสนับสนุนให้ชาติของเราสามารถสะสมทองคำแท่งจริงๆ (Physical Gold) ให้ได้มากๆ ครับ => Model เทรดจริงๆ คือ ใช้เพื่อดูดทรัยพากรนะครับ => มาช่วยกันดูดทองแท่งกลับเข้าประเทศเรากันดีกว่านะครับ ^ ^)



Sunday, 25 January 2015

***Jan 25, 2015 - คุณรู้อาไรเกี่ยวกับการเทรดบ้าง ตอนที่ 47


"How fast can you learn???"

"จงทำให้ดีขึ้น ง่ายขึ้น เร็วขึ้น สะดวกขึ้น ประหยัดขึ้น???"

"จงออกแบบระบบและ MM ที่เจ้าทึ่มที่ไหนก็สามารถเทรดทำไรกำไรได้ เพราะไม่ช้าก็เร็ว ไม่เอ็งก็ข้าก็ต้องกลายเป็นเจ้าทึ่มเหมือนกัน 555 (จงเรียบง่าย เน้นพึ่งพาระบบ ไม่พึ่งพาคน)"

"How to repeat it???"

"How to expand it???"


"Hybrid system => Mechanism & Organism => Cyborg"


"Men have become the tools of their tools.
 มนุษย์กลายเป็นเครื่องมือของเครื่องมือที่พวกเขาสร้างเอง" - Henry David Thoreau

"One machine can do the work of fifty ordinary men.
  No machine can do the work of one extraordinary man.
  เครื่องจักรเครื่องหนึ่งสามารถทำงานแทนคนธรรมดาๆ ได้ 50 คน
  แต่ไม่มีเครื่องจักรใดที่จะทำงานแทนคนที่เหนือธรรมดาได้" - Elbert Hubbard


"คนเจ๋งๆ ทุกคนล้วนกลายเป็นคนที่น่าเบื่อในท้ายที่สุด" - Ralph Waldo Emerson

"คนที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงไม่จำเป็นต้องแสวงหาความยอมรับจากใคร
  ไม่ต่างจากสิงโตที่ไม่ต้องขอความเห็นจากแกะ" - Vernon Howard


"ทรัพยากรเวลามีจำกัด จงแบ่งเวลาออกเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อใช้มันอย่างเต็มประสิทธิภาพ
  และอย่าเสียเวลากับกิจกรรมที่ไม่มีความหมาย"



"ขอจงมีควาามเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์" - พระมหาชนก


Saturday, 10 January 2015

Jan 11, 2015 - เหนื่อยนักพักก่อน ตอนที่ 7 - "เริ่มฤดูกาลใหม่"


ช่วงต้นเดือนนี้วุ่นกับการ liquidate กิจการทั้งหลายทั้งปวงที่ติดพันกันอยู่ ต้องเคลียร์สัญญา บัญชีต่างๆ และจบ Deal กับทุกฝ่ายๆ คาดว่าจะจบสิ้นจริงๆ ก็อีกซัก 1 เดือนต่อจากนี้

มาดู Stat เดือนที่ 7 ของคุณภิริกันบ้าง



การทำ cashflow ยังยอดเยี่ยมต่อเนื่องทำได้มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือนเลย ตอนนี้แค่เพียง 7 เดือนก็สามารถ hit target ของเป้า 1 ปีได้แล้ว (เฉลี่ยขั้นต่ำเดือนละ 1%) ส่วน NAV ก็ drop ลงเนื่องจาก SET ลงแรงแล้วดันไป effect โดนตัวที่เป็น Alpha ตัวใหญ่พอดี 555 แต่ก็ดีแล้วจะได้มีบทเรียนที่หลากหลายขึ้น เป้าหมายต่อไปก็ยังเป็นการทำ cashflow ที่สม่ำเสมอและ balance NAV ไปด้วยไม่ให้เน่าครับ ส่วนจะเพิ่มบทเรียนอะไรใหม่ๆ เข้าไปอีกหรือเปล่า  (+เอากำไรไป bet) ก็ต้องดูว่ามีเวลาว่างพร้อมกันมั๊ยถึงจะทำได้

กลับมาดู Port Close system น้องทองกันต่อ



เดือนนี้ไม่ค่อยได้เทรดเลย มีเวลาว่างอยู่ กทม. แค่ไม่กี่วัน ก็เลยไม่ได้เทรดเท่าไหร่
(จิงๆ น้องทองก็แกว่งอยู่นะ แต่ไม่ค่อยได้มีเวลาเปิดดู)



ส่วน NAV ก็ดึงกลับมาแดนบวกสำเร็จจนได้ 55
มีการแบ่งเอากำไรไป Bet ใน A/J ซึ่่งโดยหลักการจริงๆ แล้วต้อง S only แต่ดันไปยึดติดในความคิดว่า
BOJ ทำ QE ยังไง JPY ต้องอ่อน, ทองคำพุ่งขึ้นต่อเนื่องยังไง AUD ก็ต้องแข็ง จึงควร L AUD, S JPY
ประกอบกับ swap ที่เป็น + ซึ่งปกติก็ L ด้านเดียวอยู่ตลอด แต่พอเอากำไรไปยิง L เท่านั้นแหละ มันก็ขึ้นไปแป๊บเดียวอ่ะนะ ยังไม่ถึง Target ก็เลยไม่ได้ปิด หลังจากนั้นก็ลงยาวพรวดๆ เลยจนโดนกิน SL ที่ตั้งไว้ 555 (จิงๆ แล้วตัวเองก็ดื้อด้วยแหละ คิดว่าตัวเองคิดถูก เลยไม่ยอมกด SL เอง แม่ม Bet จิงเล้ยย) เลยทำให้กราฟกำไรปักลงไปนิดหน่อยอย่างที่เห็น เด่วเดือนหน้าขอ Bet ใหม่แก้ตัวครับ *0*


Saturday, 13 December 2014

Happy New Year 2015 - "I'm gonna be a Trader!!!"



จะสิ้นปีอีกแล้ว ดีใจจริงๆ ปีหน้าและปีต่อๆ ไปติดกันอีก 10 กว่าปีต่อจากนี้จะเป็นที่สว่างใสรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลของผมแล้ว 555 (หลังจากที่อดทนตรากตรำฟันฝ่าพายุมา 10 ปีเต็ม) ช่วงปลายเดือน คาดว่าจะวุ่นเต็มสูบ นึกอาไรได้ก็รีบเขียนเอาไว้ก่อนเลยดีกว่า

กลับมาดูว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้เมื่อสิ้นปีที่แล้วเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการเทรด หลักก็มี 3-4 อย่าง คือ
1. การทำ True Alpha
2. Beta (Close system & Beta Lagging)
3. Portfolio Rebalancing
4. CGG Betting Model แบบระเบิดพลังทำลายล้างสูง

สรุปก็ทำสำเร็จตามเป้านะคับ (ตอนแรกบางเรื่องยังแค่เข้าใจแต่ยังไม่เข้าถึง)
ในที่สุดตอนนี้ก็ completed model อมตะแบบไม่ต้อง Stop loss ได้สมบูรณ์จนได้ (ซะที)
ซึ่งช่วงที่ผ่านมาน่าจะเป็นการ focus ที่คำว่า "How" ซะส่วนมาก ว่าไอ่วิธีการที่เราอยากจะได้ อยากจะทำ หรือที่เค้าว่ากันว่าดีนี่มันทำยังไงกันแน่

สำหรับปีหน้าจะเป็นปีแห่งการเริ่มก้าวเข้าไปเป็น Full-time trader ซะทีหลังจากที่ฝึก (งม) มาหลายปี หึหึหึ ซึ่งต่อไปจะ focus ที่คำว่า "When" ล่ะ สำหรับคำว่า "How" นี่เปรียบเสมือนเราได้รถ F1 มาแล้วแต่ถ้าเราขับไม่เป็น ขับไม่คล่อง รถมันก็วิ่งไม่เร็ว อาจจะมีไถลไปมา (แต่จะไม่เกิดอุบัติเหตุ แบบรถชนจนระเบิดล่ะนะ 555) ซึ่งการ focus ที่คำว่า "When" นี่ล่ะ ที่จะช่วยรีดเร้นประสิทธิภาพของ F1 ออกมาได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น

โดยที่เป้าหมายของปีต่อไป คือ
1. Volatility trading
2. Umbrella trading
3. Option strategy
4. Betting trade
5. Double Layer True Alpha
6. Trading Department from True Alpha
7. Asset Swing
8. Game theory
9. Mentor & Coaching

ซึ่งก็คงต้องฝึกเอง งมเอง ต่อไปเหมือนเดิม 555
ปีนี้ขอเยอะหน่อยเนื่องจากมีเวลาเต็มที่ไม่ต้องทำงาน 7 วันหลายๆ อย่างล่ะ หึหึหึ
แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะต้องเริ่มทำ Business ใหม่ในแดนไกลอีกรึป่าว (ใจจริงอยากจะขอพักบ้างไรบ้างน่า)
ที่มี potential ก็เล็งๆ ไว้ 2-3 อย่าง ยังไม่รู้ว่าจะเกิดมั๊ย ต้องขอลงไปอยู่ในพื้นที่ก่อนว่าจะไปต่อได้มั๊ย

สำหรับเรื่องการ Mentor & Coaching ก็คิดว่าอยากจะทำครับ โดยเบื้องต้นคิดว่าน่าจะรับได้ครั้งละ 2-3 คน ว่าแต่จะ train ใครดีล่ะ 555 เด่วค่อยว่ากันอีกที คือ ปกติก็สอนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อยู่แล้วอ่ะนะ บวกกับมีคนเข้ามาอ่าน blog นี้แล้วก็เข้ามาพูดคุยเยอะเหมือนกัน แต่มันต้องพูดเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ วนๆ ก็เลยอยากจะสร้าง standard ขึ้นมา แต่ก็คิดว่าน่าจะใช้เวลานานพอสมควรเลยทีเดียวอย่างน้อยๆ ก็น่าจะต้องมี 1-2 ปี เพราะการเทรดมันไม่ใช่แค่ไปนั่งอบรมวันสองวัน หรือแม้จะเป็นเดือนก็ตาม แล้วจะเก่งขึ้นมาได้ในบัดดลอาไรแบบนั้น เพราะว่าโดยปกติแล้วแค่คุยกันเรื่องนึง กว่าจะวางแผน ทดลอง ปรับปรุง ฝึกซ้อมใช้ให้มันคล่อง บางทีกินเวลาหลายเดือนนี่ยังไม่จบเลย...

วันนี้เอาแค่นี้ เด่วนึกไรออก ค่อยจะมาเขียนเพิ่มนะ... 555